เครือซิเมนต์ไทยเป็นจริง
อย่างไรก็ตามการแลกเปลี่ยนหุ้นบริษัทต่าง ๆ ในเครือซิเมนต์ไทยนั้น มีจุดมุ่งหมายทางการเงินที่ชัดเจนว่าจะต้องให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ถือหุ้น 100% ในบริษัทในเครือทั้งหมด เพื่อสร้างความชัดเจนของระบบการเงินบริษัทตามมาตรฐานของ IFC แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดของการเป็น "เครือซิเมนต์ไทย" ในเรื่องการบริหารจัดการให้ดำเนินตามยุทธศาสตร์ใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าความขัดแย้งของการบริหารการผลิตกับการตลาด ซึ่งจำเป็นมากขึ้นในยุคนั้นเป็นแรงกดดันอีกทางหนึ่งที่ทำให้เครือซิเมนต์ไทยเกิดขึ้น
คณะกรรมการกลางบริษัทในเครือฯ จึงได้แต่งตั้ง "คณะอนุกรรมพิจารณาปรับปรุงกิจการบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย" โดยมีนายเสนาะ นิลกำแหง เป็นประธานอนุกรรมการ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าตั้งขึ้นเมื่อวันที่เท่าไหร่ แต่จากรายงานของการประชุมอนุกรรมการระบุว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ประชุมทุกสัปดาห์เป็นเวลาหลายเดือน
คณะกรรมการชุดนี้ นอกจากนายเสนาะ นิลกำแหง แล้วก็ประกอบด้วย นายบุญเติม อมาตยกุล นายจุฬา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และนายฉัตรา บุนนาค จนถึงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2514 จึงจัดให้มีการประชุมครั้งใหญ่ของคณะกรรมการบริษัทในเครือ 6 บริษัทและผู้บริหารอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อรับฟังการแถลงผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการ ชุดนายเสนาะ นิลกำแหง
“คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ศึกษาพิจารณาจัดวางรูป Organization วิธีการบริหาร วางนโยบาย ฯลฯ ของบริษัทในเครือให้สามารถประสานงานและควบคุมการดำเนินงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” โดยคณะกรรมการกลางวางเป้าหมายให้คณะอนุกรรมการดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม พ.ศ.2514
ในการประชุมคณะกรรมการกลาง หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม แม้ว่าตอนนั้นเป็นเพียงรักษาประธานบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด แทนหม่อมทวีวงศ์ถวัลย์ศักดิ์ และเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางอนุมัติโครงสร้างใหม่ของบริษัทในเครือซิเมนต์ไทย หม่อมหลวงเดชฯ ก็ได้รับคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน พ.ศ.2514 หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ได้ชื่อว่าเป็นประธานกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในช่วงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2514 มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ลงมติรับรองโครงสร้างใหม่ที่มีการเสนอการจัดแบ่งโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งกำหนดจำนวนกรรมการเพิ่มเป็น 12 คน ซึ่งถือปฏิบัติตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันนี้และกำหนดให้เข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติอย่างเป็นทางการในต้นเดือนมกราคม พ.ศ.2515 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเรียกโครงสร้าง โดยใช้คำว่า "เครือซิเมนต์ไทย"
แนวคิดเครือบริษัท
แนวคิดนี้มาจากความพยายามแสวงหาเงินกู้จากต่างประเทศที่ต้องผนึกกำลังกัน เพื่อให้โครงการใหม่ของบริษัทต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น การประชุมพิเศษของคณะกรรมการและผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2511 นับว่าสำคัญมาก ซึ่งประกอบด้วยบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด บริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัด บริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด และบริษัทค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด ซึ่งถือว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ค่อนข้างแนบแน่น แล้วยังมีกิจการตั้งใหม่ด้วย โดยมีประธานกรรมการเป็นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
ในบันทึกการประชุมระบุว่าคนที่ริเริ่มความคิดนี้ ได้แก่ ผู้จัดการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (Mr. Hemmingsen) ได้เป็นผู้เสนอว่าการเจรจากู้เงินต่างประเทศจะเป็นผลดีหากรวมกันเจรจา ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติจัดตั้งคณะกรรมการกู้เงินขึ้นประกอบตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ จำนวน 9 คน (ไม่รวมผู้จัดการทั้ง 4 บริษัท)
คณะกรรมการมีบุคคลที่น่าสนใจและมีบทบาทในเวลาต่อมาในเรื่องการปรับโครงสร้างกิจการครั้งใหญ่ อาทิ หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ กรรมการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย นายอาภรณ์ กฤษณะมระ ผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด และบริษัทสินอุตสาหกรรม จำกัด นายบุญมา วงศ์สวรรค์ ตอนนั้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังในฐานะกรรมการบริษัทเหล็กสยาม จำกัด และบริษัทสินอุตสาหกรรม จำกัด และนายบัญชา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยในฐานะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด และนายโอสถ โกสิน กรรมการบริษัทเหล็กสยาม จำกัด และบริษัทสินอุตสาหกรรม จำกัด
โดยหม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ เป็นประธาน หม่อมหลวงเดชฯ นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินการคลังคนสำคัญที่มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด แทนนายเกษม ล่ำซำ ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก โดยเฉพาะบทบาทในการปรับโครงสร้างบริษัทในเวลาต่อมา หลังจากกู้เงินจาก IFC เรียบร้อย เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด และบริษัทอื่น ๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีขั้นมีตอน
วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2513 ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการกลางบริษัทในเครือ ซิเมนต์ไทย “เนื่องจากการดำเนินการของบริษัทในโอกาสต่อไป จะต้องเผชิญการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกประเทศมากยิ่งขึ้น สมควรที่บริษัทจะรวมกิจการเข้าด้วยกัน เพื่อผนึกกำลังเผชิญกับการแข่งขันดังกล่าว แม้ว่าการร่วมกิจการในประเทศไทยในขณะนี้ไม่สามารถจัดทำได้ผลอย่างเต็มที่เพราะติดขัดกฎหมายบางประการก็ตาม แต่บริษัทจะดำเนินการไปพลางก่อนเท่าที่จัดทำได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นกับข้อเสนอของฝ่ายจัดการในการแลกเปลี่ยนหุ้น...” รายงานประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2513 ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงแผนการนี้ โดยหม่อมหลวงเดชเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลาง พร้อมทั้งอนุมัติแผนการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด จาก 360 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท เพื่อทำไปแลกหุ้นกับบริษัทต่าง ๆ
ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจได้ว่าได้ดำเนินแผนตามที่ตกลงไว้กับ IFC ในตอนนั้นของบันทึกการประชุมข้อนี้ จึงระบุไว้อย่างชัดเจนว่าข้อเสนอนี้จะต้องได้รับอนุมัติจาก IFC ที่กรุงวอชิงตันเสียก่อนจึงดำเนินการได้
คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด หลังการปรับโครงสร้างเป็นเครือซิเมนต์ไทยปี พ.ศ.2515
หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ เป็นกรรมการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 เป็นประธานกรรมการเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2514 และมาเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2515
นายบัญชา ล่ำซำ เป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2510
นายพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ เริ่มเป็นกรรมการเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2514 และเป็นประธานกรรมการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนพ.ศ.2515
นายโอสถ โกสิน เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2514
นายบุญมา วงศ์สวรรค์ เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2515
นายเฉลิม เชี่ยวสกุล เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2515
นาย วี เอฟ เฮมมิงเซ่น เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2515
นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2515
นายเสนาะ นิลกำแหง เป็นกรรมการเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2515
พลเรือตรีชลี สินธุโสภณ เป็นกรรมการเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2515
นายสมหมาย ฮุนตระกูล เป็นกรรมการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 แทนนายอาภรณ์ กฤษณมระ ในฐานะกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์
