ทวีปเอเซียเป็นอีกเวทีหนึ่งของสงครามเย็น เมื่อจีนคอมมิวนิสต์ยึดแผ่นดินใหญ่ประเทศจีนได้สำเร็จ รัฐบาลจีนคณะชาติซึ่งเป็นฝ่ายโลกเสรีและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ต้องหนีไปตั้งรัฐบาลที่เกาะฟอร์โมซา ชัยชนะของจีนคอมมิวนิสต์มีผลกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศ เกิดความตึงเครียดในเอเชียและในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนนับแต่นั้น
ความขัดแย้งของสงครามเย็นส่งผลให้ประเทศเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ที่มีอุดมการณ์ต่างกัน กองทัพของเกาหลีเหนือซึ่งปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์เข้ารุกรานเกาหลีใต้อย่างฉับพลัน สหประชาชาติมีมติให้สหรัฐอเมริกาและกองกำลังทหารของสหประชาชาติเข้าช่วยเหลือเกาหลีใต้จากการถูกรุกราน จีนส่งกองทัพช่วยเกาหลีเหนือ ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันจนกระทั่ง พ.ศ.2496 จึงมีการทำสนธิสัญญาสงบศึก สงครามเกาหลีก่อให้เกิดความตื่นตัวต่อการขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซีย สหรัฐอเมริกาเห็นความจำเป็นของการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซียอย่างจริงจัง
การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มจากอินโดจีน คือ ประเทศเวียดนาม เขมร และลาวซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศส เวียดนามถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเขตแบ่งชั่วคราว เวียดนามเหนืออยู่ใต้การปกครองของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีโฮจิมินห์เป็นผู้นำ เวียดนามใต้ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีโงดินห์เดียมเป็นผู้นำ โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวลา 1 ปี เพื่อรวมประเทศเวียดนามเป็นประเทศเดียวกัน แต่การเลือกตั้งก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเกิดการสู้รบระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้
การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาในอินโดจีน ทำให้สหรัฐอเมริกานำนโยบายล้อมกรอบการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์มาใช้ในเอเซียด้วย โดยเชื่อมั่นในทฤษฎีโดมิโนว่า ถ้าประเทศใดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศใกล้เคียงอื่น ๆ ก็จะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2497 จึงมีการลงนามในสนธิสัญญาที่กรุงมะนิลาเพื่อจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) ประกอบด้วย 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อประสานความพยายามร่วมกันในการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง
