ในช่วงปี พ.ศ.2517 - 2519 เป็นระยะที่สภาพแวดล้อมทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ยุ่งยากและสับสน สถานการณ์ทางการเมืองขณะนั้นคือยุคสมัยที่เรียกกันว่า "ประชาธิปไตยเบ่งบาน" ความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เมื่อนิสิตนักศึกษาชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่จอมพลถนอม กิตติขจร ให้ออกนอกประเทศ ในขณะนั้นได้เกิดความแตกแยกทั้งในพรรคการเมืองและกลุ่มประชาชน ออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สนับสนุนบทบาทของนิสิตนักศึกษา และกลุ่มที่ต่อต้านและกล่าวหานิสิตนักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 เกิดการปะทะและใช้กำลังทำร้ายนิสิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างรุนแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายเป็นจำนวนมาก
จากข้อเท็จจริงในอดีตปรากฎว่าในยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบานนั้น คนไทยหลายต่อหลายอาชีพได้แสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิดความต้องการอย่างเสรี ในรูปของการเรียกร้องต่าง ๆ บ่อยครั้ง สถิติการพิพาทแรงงานและการนัดหยุดงานได้พุ่งขึ้นสู่ระดับ 400-500 รายต่อปี ซึ่งนับว่าสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
ในปี พ.ศ.2519 มีการนัดหยุดงานตามโรงงานต่าง ๆ หลายต่อหลายแห่ง รวมทั้งที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยด้วย พนักงานเสนอข้อเรียกร้องหลายประการ โดยเฉพาะการขอขึ้นค่าจ้าง การหยุดงานครั้งนั้นยุติลงด้วยประกาศของรัฐบาลซึ่งกำหนดให้ปูนซีเมนต์เป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับให้พนักงานกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ดังเดิมเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
Reference:
เหตุการณ์ 6 ตุลา - วิกิพีเดีย
http://th.wikipedia.org
สินค้าการเมือง, จารึกไว้ในความทรงจำ, ปูนซิเมนต์ไทย 2456 - 2526
พ.ศ.2518 - 2530 ปรับโครงสร้างธุรกิจไทย
