มนุษย์รู้จักการใช้ซีเมนต์มานานแล้ว นับแต่เริ่มต้นอารยธรรมที่เก่าแก่ในโลก ทั้ง อียิปต์ บาบิโลเนีย จีน ในสมัยโรมัน มนุษย์รู้จักใช้ Pozzolana Cement หรือซีเมนต์ชนิดความร้อนต่ำแล้ว (น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ปูนซีเมนต์ตราประภาคาร ที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยผลิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2)และได้มีการพัฒนาวิธีการผลิตให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยมา จนถึงการประดิษฐ์ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ (คือปูนซีเมนต์ตราซูเปอร์ กับตราช้าง)ซึ่งเป็นการผลิตซีเมนต์จากส่วนผสมที่แน่นอนด้วยความร้อนสูง
ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ (Portland Cement) มีลักษณะพิเศษคือ เป็นซีเมนต์ที่แข็งตัวในน้ำได้ และทำได้โดยการเผาของผสมซึ่งส่วนใหญ่เป็นปูน ซิลิก้า และอะลูมิน่า กับเหล็กอ๊อกไซด์เล็กน้อย ให้ถึงจุดนุ่มตัวกลายเป็นปูนเม็ด แล้วนำไปบดให้เป็นผงละเอียด (อ้างอิงจาก “บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด 2500, 1957” หน้า 89)
วิธีการผลิตของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย คือ
(1) การนำดินขาวหรือหินปูน และดินเหนียว ผสมกับน้ำ ทำเป็นน้ำดิน
(2) หลังผ่านการบดให้ละเอียด และตรวจส่วนผสมให้ถูกต้องแล้ว นำเข้าหม้อเผา ซึ่งใช้อุณหภูมิ 1,400-1,500 องศาเซลเซียส ทำให้กลายเป็นเมล็ดปูนเม็ด
(3) เมื่อปูนเม็ดเย็นแล้ว นำมาบดร่วมกับแร่ยิปซั่ม ประมาณ 3 เปอร์เซนต์ เป็นซีเมนต์ผงสำเร็จรูป
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 การเกิดปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ จึงเป็นความก้าวหน้าในการผลิตซีเมนต์ที่มีคุณภาพสูงด้วยวิธีการผลิตแบบ อุตสาหกรรม เป็นช่วงเดียวกับที่มนุษย์รู้จักนำเหล็กมาใช้เป็นโครงสร้างหลักร่วมกับ คอนกรีตคุณภาพสูงในการสร้างอาคารสถานที่ ในจุดประสงค์ใหม่ที่เปลี่ยนจากการสร้างอาคารสาธารณะมาสู่การสร้างอาคารที่ อยู่อาศัยของมวลชน และบ้านพักส่วนตัว ทำให้ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้จึงเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนจุดประสงค์ในการใช้ อาคารสถานที่และการใช้ชีวิตแบบใหม่ของมนุษย์
