พ.ศ. 2546 เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและขยายตัวเร็วขึ้น

เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและขยายตัวเร็วขึ้น หลังจากการคลี่คลายของสถานการณ์สงครามในอิรัก และการแพร่ระบาดของโรคซาร์สในช่วงครึ่งปีแรก

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2546 ส่วนใหญ่เห็นว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น แม้สถานการณ์โดยรวมอาจยังไม่มั่นคง ทั้งความขัดแย้งในอิรักและการก่อการร้ายระลอกใหม่ ซึ่งถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริษัทและการจ้างงานปรับตัวขึ้นไม่มากนัก อีกด้านหนึ่ง เศรษฐกิจยังคงมีแรงเหวี่ยงสูงขึ้นเมื่อบริษัทต่างๆ เริ่มสะสมสินค้าคงคลังและลงทุนด้านอุปกรณ์ใหม่เพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปยังคงอ่อนแอ แม้มีสัญญาณว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว ความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเริ่มสูงขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวมีแนวโน้มเป็นไปอย่างช้าๆ การว่างงานยังคงสูงขึ้น ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ เศรษฐกิจเยอรมนีที่อยู่ในภาวะถดถอยเป็นปีที่ 3 ยังเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของภูมิภาค

เศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้น ปัจจัยมาจากการฟื้นตัวของการส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุน กอปรกับภาวะทางการเงินต่างๆ ดีขึ้น อาทิ ราคาหลักทรัพย์และพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น

เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียชะลอตัวช่วงต้นปี เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความไม่แน่นอนจากภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิรักและผลกระทบจากการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยผลักดันเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลาย กอปรกับวัฏจักรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ในเดือนมีนาคม องค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ไม่ทราบสาเหตุ (Severe Acute Respiratory Syndrome - SARS) พื้นที่ที่มีการระบาดมากคือ ฮ่องกง สิงคโปร์ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนและเวียดนาม

ในเดือนเมษายนมีการคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงในเอเชียจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและการลงทุนในภาคเอกชนระดับรุนแรงมากกว่าสงครามอิรัก โดยฮ่องกงได้รับความเสียหายอย่างมากในธุรกิจการท่องเที่ยว ค่าเงินของฮ่องกงตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักเพราะผลของความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านั้น ABN AMRO วาณิชธนกิจชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของฮ่องกงปี 2546 โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะขยายตัวร้อยละ 3.5 ภายใต้สมมติฐานที่ว่าฮ่องกงสามารถควบคุมโรคดังกล่าวได้ภายในเวลา 1 เดือน

ภาคธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย คือ สายการบิน โรงแรม การค้าขาย ค้าปลีกและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์

วันที่ 10 เมษายน รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศมาตรการความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง เช่น ธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหารและสถานดูแลเด็ก โดยมีคณะกรรมการประเมินสถานการณ์จัดทำแผนความช่วยเหลือจากกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมหรือกระทรวงการคลัง

จากรายงาน ณ วันที่ 23 กันยายน 2546 จำนวนผู้ป่วยโรค SARS สะสมมีทั้งสิ้น 8,099 ราย มีผู้เสียชีวิต 774 ราย จากทั้งหมด 29 ประเทศ