พ.ศ. 2547 เศรษฐกิจโลกขยายตัวแข็งแกร่ง สาเหตุจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น ยุโรปและญี่ปุ่นฟื้นตัว

เศรษฐกิจโลกขยายตัวแข็งแกร่ง สาเหตุจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น ยุโรปและญี่ปุ่นฟื้นตัว

เศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระบุว่าอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5.0 เป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลังของปี 2547 มีการชะลอตัวลงในบางภูมิภาค อาทิ ยุโรปและญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากวัฏจักรการสะสมสินค้าคงคลังที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา เป็นสำคัญประกอบกับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจเอเชีย โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น

โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัวต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แม้ช่วง 2 ไตรมาสแรกมีปัจจัยที่ทำให้การบริโภคชะลอลง เช่น ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านภาษีที่หมดไป ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของการจ้างงานที่ต่ำกว่าที่คาด แต่ช่วงครึ่งปีหลังได้แรงขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคธุรกิจขยายตัวดี รวมถึงภาวะการจ้างงานฟื้นตัวดีขึ้น

ด้านเศรษฐกิจสหภาพยุโรป ฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังคงพึ่งพาอุปสงค์นอกประเทศเป็นหลัก ขณะที่การบริโภคค่อนข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และการที่ภาคครัวเรือนเพิ่มการออมจากการที่ผลประโยชน์ตามแผนการปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญของทางการลดลง

เศรษฐกิจญี่ปุ่น ปรับตัวดีขึ้นมาก ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของการส่งออกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังไม่ได้แข็งแกร่งมากเหมือนช่วงครึ่งปีแรก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวในการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการปรับตัวของสินค้าคงคลังในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

แม้ว่าญี่ปุ่นได้พยายามแก้ไขปัญหาภาคธุรกิจและสถาบันการเงินแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ และเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

สำหรับเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียขยายตัวสูงจากหลายปัจจัย อาทิ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน