พ.ศ. 2548 เพิ่มบทบาทธุรกิจหลักในภูมิภาคอาเซียน

เพิ่มบทบาทธุรกิจหลักในภูมิภาคอาเซียน

จากการที่โครงสร้างทางการเงินของเอสซีจีแข็งแกร่งขึ้นมาก จึงมีแนวทางชัดเจนที่จะเพิ่มบทบาทธุรกิจหลักในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตอีกมาก ทั้งนี้ เอสซีจีขยายการลงทุนหลายโครงการด้วยกัน เช่น

·       ตั้งโรงงานผลิตปูนซิเมนต์ที่กัมพูชา มูลค่า 3,200 ล้านบาท กำลังผลิตปีละ 850,000 ตัน เริ่มผลิตได้ในปี 2551

·       ตั้งโรงงานผลิตกระเบื้องหลังคาคอนกรีตที่เวียดนาม มูลค่า 160 ล้านบาท

·       ลงทุนเพิ่มในธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อผลิตพีวีซี ที่อินโดนีเซีย มูลค่าการลงทุน 300 ล้านบาท

·       ร่วมลงทุนตั้งโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ มูลค่าการลงทุนในส่วนของเครือประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งรวมสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมผ่านบริษัทปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ใน Mehr Petrochemical Company ที่อิหร่าน เพื่อผลิตเม็ดพลาสติคชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) กำลังการผลิตปีละ 300,000 ตัน เป็นโครงการลงทุนแรกในตะวันออกกลาง ตามกลยุทธ์แสวงหาแหล่งวัตถุดิบต้นทุนต่ำและมั่นคงเพื่อใช้ในการผลิต

·       ขยายการลงทุนในประเทศ ตั้งโรงงานโอเลฟินส์แห่งที่ 2 มูลค่า 44,000 ล้านบาท โดยเครือซิเมนต์ไทยถือหุ้นร้อยละ 67

·       ร่วมลงทุนโครงการ Downstream กับ Dow Chemical 16,000 ล้านบาท โดยเน้นการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลตอบแทน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

·       ธุรกิจจัดจำหน่าย โดยบริษัทค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด ดำเนินนโยบายแสวงหาแหล่งผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างฐานลูกค้าและเพิ่มความมั่นใจให้กับคู่ค้า โดยเน้นการทำธุรกิจแบบ Off-Shore Trade คือ การค้าระหว่างสำนักงานต่อสำนักงานมากขึ้น เป็นการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดสำนักงานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาแหล่งวัตถุดิบและสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นการขยายตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เช่น จีน อินเดียและตะวันออกกลาง เป็นต้น