มุ่งมั่นสู่การวิจัยและพัฒนา (R&D)
ในปี 2547 เอสซีจีมียอดขายสูงถึง 2 แสนล้านบาท แต่ตั้งงบสำหรับการวิจัยและพัฒนาไว้เพียง 100 ล้านบาท ปี 2548 จึงได้ปรับเพิ่มงบดังกล่าวขึ้นเป็น 170 ล้านบาท
เอสซีจีมุ่งมั่นวิจัยพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ในทุกธุรกิจ เช่น
ธุรกิจซิเมนต์
ทำการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ คอนกรีตที่มีคุณสมบัติไหลลื่นสูง สำหรับงานเสาเข็มเจาะพิเศษ (CPAC Superior Bored Pile Concrete) คอนกรีตสำหรับพื้นอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล ที่ทนต่อซัลเฟตและคลอไรด์จากน้ำทะเล อิฐทนไฟคุณสมบัติพิเศษที่ป้องกันไม่ให้ความร้อนหลุดรอดไปจากเตาเผา ใช้ชื่อทางการค้าว่า Andura 75
ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
พัฒนากระเบื้องเซรามิกรุ่นพิมาย ที่มีลักษณะเหมือนหินธรรมชาติรายแรกของโลกและเริ่มจำหน่ายสินค้าตั้งแต่ต้นปี มีการปรับปรุงการผลิตไม้สังเคราะห์สำเร็จรูปสำหรับใช้ก่อสร้างและตกแต่งฝาผนังบ้าน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการวัสดุทดแทนไม้ที่เพิ่มขึ้น มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นปีละ 5 ล้านตารางเมตร เริ่มจำหน่ายสินค้าในไตรมาสที่ 4 รวมถึงการผลิตและจำหน่ายก๊อกน้ำพอร์ซเลนแบบอัตโนมัติ ที่ทำจากเนื้อเซรามิกแท้ได้เป็นรายแรกของโลก
รวมถึงระบบหลังคาซีแพคโมเนียที่ช่วยเพิ่มความเย็นสบายให้กับบ้านที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนวัตกรรมเด่นด้านเศรษฐกิจ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และผลงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ได้รับรางวัล Innovation Award จาก Asian Flexographic Technical Association
ธุรกิจกระดาษ
ได้พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ Mira Board กระดาษกล่องหลังเทาเคลือบ Metalized PET ทำให้ผิวเรียบเป็นพิเศษ มีความเงาวาวและสามารถกันน้ำได้ดีขึ้น แผ่นรองรับสินค้าเพื่อการขนส่ง (Paper Pallet) และแผ่นกระดาษรองรับสินค้า (Slip Sheet) ที่ออกแบบมาให้แข็งแรงเป็นพิเศษรองรับการขนสินค้าทดแทนกระบะไม้ และกระดาษลูกฟูก 7 ชั้น (Triple Wall) สำหรับผลิตกล่องลูกฟูกเพื่อสินค้าน้ำหนักมาก
ธุรกิจเคมีภัณฑ์
มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มหลายชนิด อาทิ เม็ดพลาสติกคุณสมบัติพิเศษ สำหรับผลิตท่อขนาดใหญ่พิเศษทนแรงดันสูง เม็ดพลาสติกสำหรับผลิตถังขนาดใหญ่กว่า 10,000 ลิตร และเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความเงามันเลียนแบบโลหะ และชิ้นงานที่ซับซ้อนสำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์และเฟอร์นิเจอร์
