ผลกระทบจากราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบที่ประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศ พุ่งทะยานจนทำสถิติสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วงเดือนมกราคม ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเริ่มต้นที่ระดับเพียง 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากนั้นไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนช่วงพฤศจิกายน ทั้งเบนซินและดีเซลทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน สำหรับในประเทศไทยยังพบว่ารัฐบาลมีนโยบายเร่งเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดใช้หนี้เก่าจากนโยบายตรึงราคาน้ำมันก่อนหน้านั้นด้วย
ผลพวงจากการที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นทำให้รถยนต์หันมาใช้ก๊าซหุงต้มมากขึ้น โดยเฉพาะรถแท็กซี่ และหากปล่อยไว้อาจทำให้การผลิตก๊าซหุงต้มของไทยไม่พอกับความต้องการจนต้องนำเข้าจากตลาดโลกในราคาสูง รัฐบาลจึงตัดสินใจขึ้นราคาก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนและรถยนต์อีก 1.20 บาทต่อกิโลกรัม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2550
เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง ต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง รายได้จากการส่งออกลดลงจากเงินบาทที่แข็งตัวต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตการก่อสร้างในเขตเทศบาลทั้งประเทศ และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ จดทะเบียนเพิ่มในกทม. และปริมณฑลลดลงจากปีก่อน ส่งผลต่อเนื่องทำให้ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 5 การก่อสร้างภาครัฐน้อยลง เพราะความล่าช้าในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทำให้การก่อสร้างโดยรวมชะลอตัวลง
