Hybrid Workplace วัฒนธรรมใหม่ ท้าทายองค์กรยุคโควิด 19

2564

วิกฤติโควิด 19 สร้างผลกระทบหนักให้กับผู้คนบนโลก และอาจอยู่กับโลกไปอีกนาน จากการกลายพันธุ์หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นนอกจากธุรกิจจำเป็นต้อง “เรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด 19” การมองวิกฤตเป็น “โอกาส” ยังเป็นอีกมุมมองบวกที่สำคัญ โดยเฉพาะ “การปรับ” หรือ “ทรานส์ฟอร์ม” องค์กรให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่การนำดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน การปรับโครงสร้างธุรกิจ การแสวงหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ การปรับรูปแบบการทำงาน รวมไปถึงการปรับวัฒนธรรมการทำงานรับมาตรฐานใหม่ของโลก

ก่อนการระบาดของโควิด 1-2 ปี SCG กำลังทำเรื่องทรานส์ฟอร์เมชัน ทั้งการปรับรูปแบบการทำธุรกิจและการนำดิจิทัลมาใช้ในองค์กร จึงมีการปรับตัวในระดับหนึ่งอยู่แล้ว พอมาเจอโควิดที่เริ่มระบาดปลายปี 2562 ที่ปรับตัวมาอยู่แล้ว ยิ่งต้องปรับมากกว่าขึ้นเดิมเป็น 10 เท่า เพราะสถานการณ์การทำงานยากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ก็ต้องเพิ่มศักยภาพ ความสามารถใหม่ ๆ พร้อมๆ กับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น Hybrid Workplace ที่ผสมผสานรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องเข้าสำนักงานตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด

ที่ผ่านมาปกติรูปแบบการทำงานให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมนั้น คือการเจอหน้าและระดมความคิด แต่โควิด 19 ทำให้การทำงานเปลี่ยนแปลงไป เราไม่ได้เจอหน้ากัน ประชุมทีมผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการคิดนวัตกรรม แม้บางครั้งอาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้ การมีทัศนคติที่ดี มองปัญหาเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง มีการบริหารจัดการที่ดี มีวินัย ตั้งเป้าหมายในการทำงานในแต่ละช่วงเวลา การทำงานแบบ Hybrid Workplace จึงกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทรานส์ฟอร์ม SCG เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ช่วยส่งเสริมการคิดและพัฒนานวัตกรรม

โดยมีทีมลีดเดอร์ หรือ หัวหน้างาน เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดรูปแบบ และเป้าหมายการทำงานของทีม เป็นผู้ที่ต้องคอยดูจังหวะเวลาว่า เมื่อใดที่ทีมงานควรมาเจอกันเพื่อพบปะหารือพูดคุยให้ความคิดตกผลึก ก่อนแยกย้ายกันไปทำงานให้บรรลุเป้าหมายของทีม พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันภายในทีม เช่น กลุ่มพนักงานที่ปฏิบัติงานโรงงานใช้จังหวะเวลาที่อยู่ระหว่างการทำงานตามมาตรการ Bubble and Seal ในการสร้างทีมและสร้างนวัตกรรมใหม่ ขณะเดียวกัน แต่ละกลุ่มย่อยก็ต้องไปพูดคุยหารือกับกลุ่มย่อยอื่น ๆ เพื่อให้มีความคิดและทัศนคติเปิดกว้าง การปรับเช่นนี้ เราเองจะเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงาน ที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมองค์กร

จะเห็นได้ว่า ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างการระบาดของโควิด 19 นอกจากการตั้งสติรับมือกับปัญหาแล้ว ยังต้อง “ปรับตัว” เพื่อความอยู่รอด และท่ามกลางวิกฤตนำมาซึ่งโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็น คว้าได้ทันท่วงที นั่นคือ ทางรอดของผู้คนและภาคธุรกิจ