พ.ศ.2505 การขยายตัวทางธุรกิจครั้งใหญ่ : โรงงานทุ่งสง

ในช่วงนั้นมีแนวคิดพัฒนาการผลิตปูนซีเมนต์ครั้งใหญ่ ในหลายรูปแบบ Mr.C.F. Jespersen ได้เสนอในที่ประชุมกรรมการให้แก้ปัญหาการขอตู้บรรทุกเพื่อขนส่งโดยทางรถไฟไปขายต่างจังหวัด โดยเสนอให้ตั้งโรงงานบดปูนเม็ดขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว โดยร่วมกับ F.L. Smidth แต่หากทำไม่สำเร็จ ก็ให้ไปตั้งโรงงานบดปูนเม็ดที่จังหวัดนครราชสีมาแทน เพื่อความสะดวกในการใช้ทางรถยนต์ สำหรับทางเหนือควรตั้งที่สถานีเด่นชัย แต่สำหรับทางใต้ ควรให้พ่อค้าใต้ลงทุนตั้งโรงงานบดปูนเม็ดที่สงขลาแล้วขนส่งทางเรือ
ต่อมา Mr.C.F. Jespersen เสนออีกครั้งในสถานการณ์ที่ปูนซีเมนต์ขายดีว่าต้องเลือกระหว่างการสั่งซื้อหม้อเผาที่ 4 ที่โรงงานท่าหลวงหรือการตั้งโรงงานใหม่ที่ภาคใต้ เพื่อที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินทั้งหมด ควรหาพ่อค้าที่ภาคใต้ร่วมลงทุนด้วย แล้วเสนอว่าควรมีชาวต่างประเทศร่วมลงทุนด้วย เพราะไม่สามารถทำคนเดียวได้เหมือนตั้งโรงงานท่าหลวง เพราะมีอายุมากแล้ว ซึ่งที่ประชุมกรรมการเลือกการสั่งซื้อหม้อเผา 4 มาติดตั้งที่โรงงานท่าหลวง ซึ่งต่อมาที่ประชุมกรรมการได้อนุมัติให้จัดหาที่ดินประมาณ 300-500 ไร่ ที่อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เพื่อจัดเตรียมไว้สำหรับการตั้งโรงงานต่อไป
ภายหลังจากกรณีอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ (รายละเอียดดูในเรื่อง Mr.C.F. Jespersen) แนวทางในการตั้งโรงงานใหม่ในภาคใต้ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ได้ขอบัตรส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม เลขที่ 12/2505 ให้ขยายกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ได้จากปีละ 700,000 ตันเป็น 950,000 ตันภายในปี พ.ศ.2508 และได้รับการยกเว้นภาษีในการนำเข้าเครื่องจักร ส่วนประกอบ และอุปกรณ์ ภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน คือ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2505
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ได้ดำเนินการขุดเจาะหินที่ทุ่งสงเพื่อสำรวจวัตถุดิบในภาคใต้ โดยมีนายช่างกรมโลหะกิจควบคุมอยู่ หลังจากนั้นจึงได้มีการเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อดำเนินการประมูลเครื่องจักรสำหรับโรงงานที่ทุ่งสง โดยมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาคือ Interconsulting Ltd. ที่เมืองซูริค
การสร้างโรงงานทุ่งสงจึงแสดงให้เห็นถึงการเลือกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง
(1) การเลือกสร้างโรงงานที่ภาคใต้ตามแนวทางของ Mr.C.F. Jespersen ซึ่งเสนอให้สร้างที่อ่าวลึก จังหวัดกระบี่
(2) แนวทางของกลุ่มผู้บริหารชาวไทยในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ที่เลือกสร้างที่ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
นอกจากนี้การสั่งซื้อเครื่องจักรชุดแรกของโรงงานทุ่งสงก็เลือกโดยการเดินทางไปประมูลที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์และจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอง แม้ว่าสุดท้ายจะประมูลเลือก F.L. Smidth แต่เป็นการเลือกจากการแข่งขันกันยื่นเสนอประมูล แสดงให้เห็นความเป็นอิสระทางด้านเทคโนโลยีจากนายช่างชาวเดนมาร์กที่เคยบริหารบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มาอย่างยาวนาน
แนวทางการเลือกสร้างโรงงานที่ทุ่งสงของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ยังใช้แนวทางการเลือกที่ตั้งที่อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบหลัก คือดินขาวและอยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมหลักคือเส้นทางรถไฟ แต่การตัดสินใจสร้างโรงงานภาคใต้ แม้ยังขึ้นอยู่กับการขยายตัวของตลาดปูนซีเมนต์ในภาคใต้ และความต้องการลดต้นทุนการขนส่งแล้ว ยังมีการปรับตัวในการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลด้วย เนื่องจากได้ยกเว้นภาษีเครื่องจักรและชิ้นส่วนที่นำเข้ามาในประเทศได้
อีกนัยหนึ่งของการขยายการผลิตปูนซีเมนต์ที่ทุ่งสง นอกจากจะยึดตลาดใหม่ไว้ก่อนคู่แข่งแล้วยังเป็นการตัดสินใจที่ไม่อิงกับผู้จัดการทั่วไปชาวเดนมาร์กครั้งสำคัญ และเป็นการปฏิเสธแนวคิดร่วมทุนกับผู้อื่นที่พยายามเสนอโดยผู้จัดการชาวเดนมาร์ก