เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

  • ชื่อ
    พ.ศ. 2553 เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเมษายน-พฤษภาคม และอุทกภัยตุลาคม-พฤศจิกายนส่งผลให้การบริโภคชะลอตัวระยะสั้น
    รายละเอียด :
    เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเมษายน-พฤษภาคม และอุทกภัยตุลาคม-พฤศจิกายนส่งผลให้การบริโภคชะลอตัวระยะสั้น

    ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ตามด้วยกลางเดือนพฤษภาคม มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและฝ่ายรัฐบาลบริเวณถนนราชดำเนิน ขณะที่เหตุระเบิดแยกศาลาแดงและสี่แยกราชประสงค์ทำให้ประชาชนเสียชีวิตเกือบร้อยคนและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเผาอาคารสิ่งก่อสร้างบริเวณสี่แยกราชประสงค์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และย่านบ่อนไก่

    ธนาคารแห่งประเทศไทยแถลงช่วงปลายเดือนเมษายนว่า ผลจากความไม่สงบทางการเมืองทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีลดลงร้อยละ 0.9 โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด แต่ด้วยอัตราการขยายตัวที่เกินความคาดหมายในไตรมาสที่ 4/2552 และไตรมาสที่ 1/2553 ทำให้ปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจเป็นร้อยละ 4.3 - 5.8 จากเดิมร้อยละ 3.3 - 5.3

    นอกจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่า ผลจากความไม่สงบทางการเมืองจะไม่ลุกลามไปถึงการส่งออก ซึ่งขยายตัวดีมากจากการฟื้นตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ของไทย โดยประมาณการมูลค่าการส่งออกว่าขยายตัวสูงถึงร้อยละ 25 - 28 จากร้อยละ 18.5 - 21.5 ในประมาณการครั้งก่อน ขณะที่เรื่องเงินเฟ้อยังไม่มีปัญหาหรือความกังวล เพราะยังอยู่ในระดับต่ำ เป็นผลจากการต่ออายุมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาลออกไปอีก 3 เดือน

    ขณะที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2553 ขยายตัวร้อยละ 12 สูงสุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2538 และตั้งเป้าอัตราการขยายตัวตลอดทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 3.5 - 4.5 โดยเพิ่มเติมว่า ผลกระทบจากการชุมนุมและจลาจล กระทบต่อจีดีพีประมาณร้อยละ 1.5

    นอกจากนั้น ตั้งแต่ต้นตุลาคม-พฤศจิกายน เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ เริ่มจากภาคกลางตอนบน โดยมีจังหวัดประสบภัย 39 จังหวัด 384 อำเภอ 2,859 ตำบล พื้นที่การเกษตรเสียหาย 6,316,156 ไร่

    โดยสศค.ประเมินว่า กรณีน้ำท่วมรุนแรงส่งผลเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 22,000 ล้านบาท กระทบต่อจีดีพีร้อยละ 0.21 และส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 0.3 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังคงเติบโตต่อเนื่องสะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวร้อยละ 24.1 สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ขยายตัวร้อยละ 35.4 แต่การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลง สะท้อนจากปริมาณการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวชะลอลงที่ร้อยละ 12.8 จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 16.4 อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวได้ในระดับสูงที่ร้อยละ 14. สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของภาคการท่องเที่ยว
     
    ป้ายคำค้น :
    อุทกภัย , 2553 , เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง