BCM

  • ชื่อ
    พ.ศ. 2554 การบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจในภาวะวิกฤติ (BCM)
    รายละเอียด :
    การบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจในภาวะวิกฤติ (BCM)

    การบริหารความเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ อย่างยั่งยืน

    ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง SCG จึงกำหนดให้นำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการกับปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายขององค์กรให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ

    ปี 2553 SCG มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจในภาวะวิกฤติ (Business Continuity Management - BCM) มีหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทางดำเนินการเพื่อบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมทั้งกำหนดแนวทางที่จะลดผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ดังกล่าว

    ต่อมาในปี 2554 มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ได้นำเอา BCM มาใช้ในการบริหารจัดการ คือ อุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งถูกน้ำท่วมเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ก่อนหน้านี้ มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเมือง หรือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทำให้คณะกรรมการ BCM ทั้งระดับ SCG และกลุ่มธุรกิจมีบทบาทอย่างมาก

    คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย ผู้บริหารและตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด มีหน้าที่หลักคือ ประเมินความเสี่ยงของการที่ธุรกิจอาจหยุดชะงัก กำหนดแผนการควบคุมความเสี่ยง (Risk Treatment Plan) แผนการจัดการวิกฤติ (Crisis Management Plan) และแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เมื่อมีอุบัติภัยเกิดขึ้น

    มีการกำหนดโครงสร้างบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานผู้ดูแลการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ยิ่งกว่านั้นเมื่อมีสัญญาณว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่อเค้ารุนแรงก็จะมีการจัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดแผนดำเนินการเพื่อป้องกันความเสียหายและแนวปฏิบัติต่างๆ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด โดยภารกิจหลักคือ ดำเนินการให้ข้อมูล ข่าวสารข้อเท็จจริง สื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานและผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก

    สำหรับวิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้น SCG ได้นำมาตรการข้างต้นมาใช้ โดยเน้นความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เช่น จัดหาอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมและที่พักชั่วคราว จัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือพนักงาน SCG และครอบครัวที่เดือดร้อน

    แม้บางบริษัทและโรงงานของ SCG ได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม แต่บริษัทและโรงงานเหล่านั้นได้จัดให้มีการประกันภัยไว้แล้ว ขณะเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินการธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้มีการตั้ง Backup Office  ให้บริการแก่ลูกค้าและ Mobile Office สำหรับหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้วย

    เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งหมายถึงการรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจในภาวะวิกฤติ โดยให้ความช่วยเหลือพนักงานแล้ว SCG ยังได้ให้ความช่วยเหลือต่อชุมชน และผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมีแนวทางช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม 4 แนวทาง ประกอบด้วย

    1.บรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการบริจาคสิ่งของ เครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น เช่น อาหารกล่อง ถุงยังชีพ เรือ เสื้อชูชีพ สุขากระดาษ เครื่องกรองน้ำ ฯลฯ พร้อมส่งทีมกู้ภัย (Rescue Team) โดยพนักงานที่มีจิตอาสาไปช่วยอพยพพนักงานและครอบครัวออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยจากภาวะน้ำท่วมสูง โดยได้ช่วยอพยพพนักงานและครอบครัวมาแล้วมากกว่า 800 คน และผู้ประสบภัยกว่า 6,600 คน

    2.จัดหาวัสดุป้องกันน้ำท่วม มอบให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร

    3.เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยการเปิดคลินิกให้คำปรึกษา และคำแนะนำในการซ่อมแซมที่พักอาศัย และถนนหนทาง

    4.เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เป็นโครงการระยะยาว เช่น คิดค้นและพัฒนาที่พักอาศัยสำหรับรองรับภัยพิบัติ อาทิ นวัตกรรมบ้านลอยน้ำ รวมถึงการร่วมมือกับกรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยอบรมให้ความรู้ประชาชนในการป้องกัน และเตรียมความพร้อมหากต้องเผชิญกับอุทกภัยอีกในอนาคต   
    ป้ายคำค้น :
    2554 , มหาอุทกภัย , อุทกภัย , น้ำท่วม , BCM