สงครามเอเชียบูรพา

  • ชื่อ
    พ.ศ.2484 การต่อสู้ดิ้นรนช่วงสงครามเอเชียบูรพา : กองทัพญี่ปุ่นกับปูนซิเมนต์ไทย
    รายละเอียด :
    เมื่อกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2484 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 มีผลกระทบโดยตรงกับชาวบริษัทปูนซิเมนต์ไทยใน 2 เรื่องด้วยกันคือ

    เรื่องแรก กองทัพญี่ปุ่นต้องการนำปูนซีเมนต์และเหล็กส่วนหนึ่งที่ผลิตได้ไปใช้ในการทำสงคราม ซึ่งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยพยายามหลีกเลี่ยงและหน่วยราชการไทยให้การสนับสนุน ทำให้กองทัพญี่ปุ่นได้รับประโยชน์ไม่มากนัก ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นเองได้พยายามตรวจสอบหลายครั้ง แม้กระทั่งใช้แผนจารชนอ้างว่ามาจากฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ามาล่อลวงชาวเดนมาร์กแต่ไม่สำเร็จ ชาวเดนมาร์กกลับนำเรื่องไปแจ้งอธิบดีกรมตำรวจเป็นผลให้เจ้าหน้าที่สืบราชการลับฝ่ายกองทัพญี่ปุ่นถูกจับกุมแทน

    ในช่วงปลายสงคราม กองทัพญี่ปุ่นส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบที่โรงงานบางซื่อหลายครั้ง โดยยอมรับเงื่อนไขการแจ้งล่วงหน้าก่อนตรวจสอบ 24 ชั่วโมง จึงตรวจไม่พบเรื่องการแอบผลิตซึ่งมากกว่าที่แจ้งกับกองทัพญี่ปุ่นโดยอ้างว่าเครื่องจักรเสีย แต่ในการตรวจครั้งสุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นก็จับได้ โดยยื่นมือไปจับหม้อบดที่อ้างว่าชำรุดแล้วพบว่าเครื่องจักรยังร้อนอยู่ จึงได้มีการรายงานกล่าวหาร้ายแรงกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย แต่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ตั้งกรรมการฝ่ายไทยตรวจสอบโดยไปประจำอยู่ที่โรงงานบางซื่อช่วงระยะหนึ่ง ได้ส่งรายงานที่แสดงว่าผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นดูไม่น่าเชื่อถือขึ้นมา สุดท้ายการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทำลายห้องเครื่องแปลงไฟที่บางซื่อลงไป ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2487 และทำให้ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นคนนั้นเสนอรายงานได้อย่างมั่นใจว่า โรงงานดังกล่าวไม่สามารถผลิตปูนซีเมนต์ได้อีกต่อไป

    เรื่องที่สอง คือการจับกุมชาวเดนมาร์กภายหลังเยอรมนียอมแพ้สงคราม เนื่องจากว่าประเทศเยอรมนีได้ให้มีการทำความตกลงไว้หลายเรื่องระหว่างประเทศเดนมาร์กกับประเทศญี่ปุ่น เมื่อเยอรมนียอมแพ้สงครามรัฐบาลเดนมาร์กได้ประกาศเลิกข้อตกลงทั้งหลายที่มีกับประเทศญี่ปุ่น จึงนำไปสู่แรงกดดันให้จับกุมชาวเดนมาร์กในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยยินยอมแต่เพียงสั่งยึดอาวุธและเครื่องวิทยุของชาวเดนมาร์ก โดยแจ้งให้ชาวเดนมาร์กและตำรวจเตรียมการโอนทะเบียนสิ่งของที่จะยึดไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่อถึงเวลาไปยึดสิ่งของจึงไม่ได้สิ่งของใดกลับไป เพราะชื่อเจ้าของปืนและเครื่องรับวิทยุ กลายเป็นชื่อของลูกจ้างคนไทยที่พักอยู่บ้านเดียวกับชาวเดนมาร์กไปแล้ว

    ในช่วงปลายสงครามนั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มส่งฝูงเครื่องบินเข้ามาทิ้งระเบิดในจุดยุทธศาสตร์หลายแห่งและหลายครั้งในประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยคือ ก่อนหน้าการทิ้งระเบิดโรงงานบางซื่อนั้น ทางชาวเดนมาร์กได้รับแจ้งข่าวก่อนล่วงหน้าแล้ว แม้ว่าไม่รู้วันเวลาที่แน่นอน แต่ได้มีการย้ายหม้อแปลงไฟสำรับหนึ่งไปซ่อนไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ฝ่ายสัมพันธมิตรยังเลือกไม่ทิ้งระเบิดที่โรงงานท่าหลวง ซึ่งในขณะนั้นยังผลิตอะไรไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตปูนซีเมนต์จำนวนมากออกมาได้ในช่วงหลังสงคราม ซึ่งก็เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย  
    ป้ายคำค้น :
    บางซื่อ , ญี่ปุ่น , ระเบิด , สงครามเอเชียบูรพา , 2484