จากจดหมายกราบบังคมทูลของเจ้าพระยายมราชได้ข้อมูลชัดเจนว่า ผู้ก่อตั้งที่มีบทบาทสำคัญนอกจากเจ้าพระยายมราชแล้ว ก็มีเจ้าพระยาอรรถการประสิทธิ์ และ Mr.E.G. Gollo ต่อมา จึงมี Commander W.L. Grut ทางฝ่ายพระคลังข้างที่นั้นมีพระยาศุภกรณ์บรรณสาร และพระยาบริบูรณ์ราชสมบัติ อธิบดีกรมพระคลังข้างที่ในช่วงเชื่อมต่อคาบเกี่ยวกัน
ในขณะที่หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทระบุไว้ว่า ผู้ถือหุ้นครั้งแรกตั้งบริษัท ซึ่งต้องการให้ครบ 7 คนตามกฏหมายประกอบด้วย พระยาอรรถการประสิทธิ์ พระมนตรีพจนกิจ พระสิงหฬสาคร พระบริบูรณ์ราชสมบัติ หลวงสวัสดิ์เวียงไชย E.G. Gollo และ W.L. Grut ซึ่งหนังสือพิมพ์ในขณะนั้นก็ลงข่าวเกี่ยวกับการตั้งบริษัท โดยบุคคลทั้ง 7 ด้วย (Bangkok Times Weekly Mail,13 June)
สำหรับหลวงสวัสดิ์เวียงไชยเป็นบุตรชายคนโตของเจ้าพระยายมราชที่ถือหุ้นจำนวนประมาณ 25% ต่อมาบุคคลนี้ มีบทบาทในการดำเนินการก่อตั้งบริษัทในฐานะตัวแทนของเจ้าพระยายมราช และเป็นกรรมการบริษัทต่อมายาวนาน พอสมควร
ส่วนอีก 2 คน ได้แก่ พระมนตรีพจนกิจ(เทียนฮี้ สารสิน ถือเป็นต้นตระกูลสารสิน)ถือหุ้น 1 หุ้น กับพระสิงหฬสาคร บุตรชายพระยาอรรถการประสิทธิ์ ถือหุ้น 1 หุ้น ในเวลาต่อมาปรากฎว่าบุคคลทั้งสอง ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท และไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของคนทั้งสองอีกเลยไม่ว่าจะเป็นในรายงานประชุม กรรมการหรือประชุมผู้ถือหุ้น
ตามข้อบังคับบริษัท กรรมการกำหนดให้มีอย่างน้อย 3 คน อย่างมากไม่เกิน 8 คน ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอย่างน้อย 10 หุ้น กรรมการชุดแรกมี 5 คน โดยพระยาอรรถการประสิทธิ์ในฐานะนักกฏหมายและผู้ร่างหนังสือบริคณห์สนธิเป็นประธาน กรรมการอีก 3 ท่านประกอบด้วย พระยาบริบูรณ์ราชสมบัติ ผู้แทนพระคลังข้างที่ หลวงสวัสดิ์เวียงไชย E.G.Gollo และ W.L. Grut
ประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงผู้ก่อตั้งนี้สอดคล้องกับหนังสืออนุสรณ์ในการฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งกิจการของบริษัท เมื่อปี พ.ศ.2506 เขียนโดยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
