พ.ศ. 2555 เอสซีจี ร่วมโชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมไทยในงานบีโอไอแฟร์ 2011 เปิดตัว“เอสซีจี พาวิลเลียน”นำเสนอนวัตกรรมเพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคต

วันที่ : 5 มกราคม 2555
เอสซีจี ร่วมโชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมไทย ทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับโลก ใน “บีโอไอแฟร์ 2011” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทยต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เปิดตัว “เอสซีจี พาวิลเลียน” ชูแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ พร้อมนำเสนอนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคต
กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า“เอสซีจีในฐานะองค์กรเอกชนชั้นนำของไทย ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ภายใต้ธีมงาน รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” ตามทิศทางการพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเอสซีจี คือ ภายในปี พ.ศ. 2558 เอสซีจีจะเป็นผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยการนำเสนอใน “เอสซีจี พาวิลเลียน” มุ่งเน้นการสร้างให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ ซึ่งล้วนเป็นผลงานจากการวิจัยและพัฒนาของเอสซีจี”
“เอสซีจี พาวิลเลียน” พัฒนาขึ้นจากแนวคิด Human Value ของเอสซีจี ซึ่งได้ทุ่มเทคิดค้นนวัตกรรมที่ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน แต่ยังคำนึงถึงคุณค่าของชีวิตมนุษย์ รวมทั้งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในวันนี้และวันหน้า เพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกให้กับลูกค้าที่ห่วงใยสภาวะแวดล้อมของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และอยากมีส่วนร่วมดูแลรักษาโลกให้ยั่งยืน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ
“เอสซีจี พาวิลเลียน” สะดุดตาด้วยรูปทรงของใบไม้ ที่เอสซีจีตั้งใจนำมาให้อยู่ใกล้ชิดกับคนและโลกมากยิ่งขึ้น โอ ดยจัดแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ห้อง ห้องแรก บอกเล่าความเป็นอยู่ของเมืองในอนาคตที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ผ่านจอ Multimedia และ Model Talker ห้องที่ 2 ย้อนอดีตในช่วงที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงและภัยพิบัติจากธรรมชาติ นำเสนอผ่านจอ 360 องศา เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเสมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
ในห้องที่ 3 นำเสนอนวัตกรรมที่ได้สร้างสรรค์เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ รวมทั้งตอบโจทย์ความต้องการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษยชาติ อาทิ
บ้าน SCG HEIM นวัตกรรมบ้าน ที่มีโครงสร้างชนิดพิเศษ สามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้เทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ ที่ระยะห่างจากศูนย์กลาง 300 กิโลเมตร ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงจากเครื่องจำลองแผ่นดินไหวได้ด้วยตนเอง
Cement Bunker ที่อยู่อาศัยรูปทรงกระบอกระบบปิด สร้างจากนวัตกรรมปูนซีเมนต์ที่ทนต่อแรงกระแทก (Shock Resistance) แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แรงระเบิด และการกัดเซาะของคลื่นทะเลและลมพายุ 
Shield - Life ที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนส่ง พร้อมมีอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น เหมาะสำหรับประเทศที่มีสภาพอากาศไม่ปกติ หรือประเทศที่เกิดภัยพิบัติที่ต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ เอสซีจี ยังพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ อาทิ บ้าน SCG Care บ้านที่ออกแบบสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ พึ่งพาผู้อื่นน้อยที่สุด และมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งผู้เข้าชมจะได้ทดลองสภาพการเป็นผู้สูงอายุและพักอาศัยในบ้าน SCG Care ด้วย
ภายในห้องที่ 3 ยังมี Natural Park Zone ที่จัดแสดงนวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Building ผลิตภัณฑ์จากเอสซีจี เปเปอร์ ที่สามารถนำกระดาษที่ผ่านการใช้งานแล้วมาผลิตเป็นกระดาษใหม่ได้หลากหลายประเภท ถุงพลาสติกย่อยสลายได้จากเอสซีจี เคมิคอลส์ และบล็อคโปร่งแสง จากเอสซีจี ซิเมนต์ รวมถึงการให้ความรู้พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านเกมจำลองการคัดแยกและรีไซเคิลกระดาษ นอกจากนี้ ยังมีเกมธุรกิจเสมือนจริง หรือ Virtual Business ที่จำลองภาพการให้บริการของเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น เพื่อให้ผู้เล่นได้สนุกสนานกับการลงทุน โดยสามารถเลือกลงทุนได้ทั่วโลก ผ่านเครือข่ายจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ และHome Mart Mania เกมจำลองการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพในร้านโฮมมาร์ท
เอสซีจี ยังตั้งใจให้ “เอสซีจี พาวิลเลียน” เป็น อีโค่ พาวิลเลียน (Eco Pavilion) ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นบล็อกปูพื้นตราช้าง รุ่นคูลพลัส (Cool Plus) ที่ช่วยลดความร้อนสะสมจากแสงแดด ผนังตราช้างสมาร์ทบอร์ด ซึ่งช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร Shinkolite แผ่นอะคริลิคนำแสงที่ให้ความสว่างแทนการใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป รวมทั้งการใช้วัสดุทดแทนวัสดุธรรมชาติต่างๆ
“เอสซีจี มุ่งหวังให้ผู้เข้าชม “เอสซีจี พาวิลเลียน” ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมสร้างสมดุลให้กับโลกใบนี้ไปพร้อมกันกับเรา เพื่อให้คนและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่างานบีโอไอแฟร์ครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย จากการจัดแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก อีกทั้งประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง และเป็นฐานการผลิตที่ดีของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากจบงานนี้แล้ว จะมีการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น” กานต์ กล่าวในตอนท้าย
ร่วมสัมผัสนวัตกรรมเพื่อรองรับภัยพิบัติและเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์โลกอนาคตที่ยั่งยืน ที่ “เอสซีจี พาวิลเลียน” ในงาน “บีโอไอแฟร์ 2011” วันที่ 5-20 มกราคม นี้ ที่เมืองทองธานี (ริมทะเลสาบ)