100 ปีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

100 ปีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 100 ปีของการดำเนินธุรกิจ เอสซีจีได้สร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้า บริการ และกระบวนการทำงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและสังคมที่ยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องปี 2556 เอสซีจีลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาประมาณ 2,068ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.6 จากปีก่อน และมีพนักงานในสาขานี้จำนวน 1,262 คน เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจำนวน 73 คน เพื่อมุ่งพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products and Services หรือ HVA) โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 149,924 ล้านบาท หรือร้อยละ 35 ของรายได้จากการขายรวม และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG eco value 114,770 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26 ของรายได้จากการขายรวม
การวิจัยและพัฒนาเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มศักยภาพขององค์กรเพื่อเตรียมรับการแข่งขันในอาเซียน เอสซีจีจึงสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการวิจัยเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง โดยได้ริเริ่มจัดงาน Thailand Innovation Forum: R&D to Commercialization ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูง ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ตลอดเดือนสิงหาคม ปี 2556 เอสซีจีได้จัดงาน SCG 100th Anniversary Innovative Exposition ที่อาคารSCG Experience เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปเยี่ยมชม นวัตกรรมสินค้าและบริการ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการคิดค้น และพัฒนาอย่างจริงจังในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ ในปี 2556 เอสซีจีมีนวัตกรรมที่น่าสนใจดังนี้

งานสัมมนาระดับชาติ Thailand Innovation Forum : R&D to Commercialization


  • SCG Chemicals:  จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยและพัฒนาทางด้านเคมีในประเทศอังกฤษ ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาบุคลากรในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเคมีและพลาสติก นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัท Pacific Healthcare และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ออกแบบและผลิตเครื่องมือผ่าตัดด้วยพลาสติกโพลิโพรไพลีน สำหรับรักษาโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ ช่วยลดระยะเวลาในการผ่าตัดลงหนึ่งในสาม และลดขนาดแผลลงถึงหนึ่งในสี่ ทำให้การผ่าตัดที่เคยซับซ้อนเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นและเข้าถึงผู้ป่วยได้จำนวนมากขึ้นด้วยราคาที่ถูกลง
  • SCG Packaging: ผลิตกระดาษที่สัมผัสอาหารโดยตรง ที่มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบ ความสะอาดในกระบวนการผลิตและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จนเป็นกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP และได้รับการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ทั้งในประเทศไทย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ตลอดจนพัฒนาสายพันธุ์ยูคาลิปตัส และใช้เทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตของพืช เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน ช่วยลดระยะเวลาการปลูกทดสอบในพื้นที่จริงจาก 4 ปี เหลือเพียง 2 ปีเพื่อรับมือกับสภาวะโลกร้อนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพัฒนากระดาษทำผิวกล่องสีขาวให้มีคุณภาพ 2 ระดับ เพื่อรองรับความต้องการของตลาด ได้แก่ กระดาษทำผิวกล่องสีขาวคุณภาพสูง มีความแข็งแรง รับนํ้าหนักการเรียงซ้อนได้ดี ช่วยป้องกันความเสียหายจากการขนส่ง เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมห้องเย็น และกระดาษทำผิวกล่องสีขาว คุณภาพปานกลาง ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลร้อยละ 100
  • SCG Cement and Building Materials: วิจัยและพัฒนา Portland Composite Cement ที่ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต และเมื่อนำไปใช้ในงานคอนกรีตผสมเสร็จจะมีคุณสมบัติเทียบเท่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 วิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบการสร้างผนังแบบใหม่ด้วยปูนสำเร็จรูปพิเศษ ทดแทนการก่ออิฐและฉาบผนังแบบเดิม ทำให้แข็งแรงขึ้น และลดเวลาทำงานลงอย่างมาก ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อความสุขและความปลอดภัยของผู้สูงอายุ (Elderly Experience: CARE) ด้วยบุคลากรที่เข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้สูงอายุ

                  Elderly Experience: CARE