2564
โควิด19 แพร่ระบาดรุนแรงต่อเนื่อง จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงทั่วประเทศ แม้มีความพร้อมทางด้านวัคซีนมากขึ้น แต่ต้องกระจายและง่ายต่อการเข้าถึงของประชาชน เอสซีจี จึงร่วมเปิดสำนักงานใหญ่บางซื่อ เป็น “สถานีฉีดวัคซีนโควิด 19” เนื่องจากมีความพร้อมด้านสถานที่ เดินทางสะดวก ติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ เป็นพื้นที่แนวราบ กว้างขวาง โล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี มีบุคลากรทั้งทีมแพทย์ พยาบาล พนักงานจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์และงบประมาณ สามารถรองรับผู้มาฉีดวัคซีนได้ 2,000 คนต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้วัคซีนเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ปลอดภัย และลดการแพร่ระบาดจากการเดินทางข้ามพื้นที่ โดยเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2564
ขณะที่เอสซีจี สยามยามาโตะ และคูโบต้า ได้สนับสนุนการฉีดวัคซีนเชิงรุก 100,000 โดส เพื่อเร่งกระจายและฉีดวัคซีนไฟเซอร์ใน 3 จังหวัดภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ใน “โครงการวัคซีนเคลื่อนที่คุมความเย็น มั่นใจถึงแขนพี่น้องประชาชน” เพื่อให้พี่น้องชาวใต้เข้าถึงวัคซีนได้ง่ายขึ้น สร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความปลอดภัยจากโควิด 19 โดยเอสซีจี สนับสนุนรถขนส่งจากบริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ เมเนจเม้นท์ จำกัด ที่มีระบบเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 2 – 8 องศาเซลเซียส และระบบติดตามตลอดเส้นทาง (Real time Temperature traceability System) ซึ่งได้รับมาตรฐานสากลด้านความสะอาด ปลอดการปนเปื้อน สำหรับสินค้าด้านอาหารและยารักษาโรคจาก GMP GHP และ BRC นอกจากการขนส่งจะช่วยยังคงคุณภาพและประสิทธิภาพของวัคซีนแล้ว ยังสามารถจัดส่งวัคซีนได้ทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยากได้อีกด้วย โดยสามารถเลือกขนาดรถทั้งเล็กและใหญ่ได้ตามเหมาะสม
และเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่พุ่งสูงในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้หลายโรงพยาบาลเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก SCGP และมูลนิธิเอสซีจี จึงเร่งส่งมอบนวัตกรรมเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed) ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ รองรับการใช้งานของสรีระของคนเอเชีย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที โดยไม่ต้องใช้กาว และรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมในแนวราบ โดยส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศกว่า 12,000 ชุด เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ใกล้ชิด ได้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งยังร่วมกับ 62 องค์กรทั่วประเทศ เปิดจุดรับกล่องกระดาษเหลือใช้ เพื่อนำกลับมารีไซเคิลเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี ตามหลักเศรษกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และส่งมอบให้แก่ผู้รับการสนับสนุนต่อไปอีกด้วย
นอกจากนี้เอสซีจี และมูลนิธิเอสซีจี ได้ส่งมอบห้องน้ำสำเร็จรูป (Modular Bathroom) นวัตกรรมจาก Service Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี รวม 35 ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ ใน รพ.สนาม พร้อมใช้ใน 24 ชม. ซึ่งห้องน้ำดังกล่าวควบคุมคุณภาพการผลิตแบบเบ็ดเสร็จพร้อมใช้งานจากโรงงาน ใช้เวลาติดตั้งหน้างานเพียง 1 วัน ติดตั้งแยกพื้นที่ใช้งานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และสามารถเคลื่อนย้ายนำไปติดตั้งที่อื่น และเพิ่มสุขภัณฑ์ได้ในอนาคต
สำหรับการช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา เอสซีจี ใช้งบประมาณกว่า 74 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีน และส่งมอบนวัตกรรมป้องกันโควิด 19 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ ห้องตรวจเชื้อความดันลบและบวก, เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี, เครื่อง Oxygen Low-Flow Devices, Real-Time PCR Testing Machine, อุปกรณ์ทางการแพทย์, อุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็นระหว่างการแพร่ระบาด เช่น อาหารแห้ง ยารักษาโรคทั่วไป เพื่อให้พวกเราก้าวผ่านวิกฤตโควิดไปด้วยกัน
