บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด สามารถคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถได้ ด้วยเหตุผลที่พื้นฐานที่สุด คือให้ผลตอบแทนสูงกว่าการทำงานราชการ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นที่ทำงานหลักของ "มืออาชีพ"
เท่าที่สัมภาษณ์ผู้บริหารรุ่นที่เข้าทำงานหลังสงครามโลกครั้งที่สองและช่วงก่อนสงครามเวียดนาม พบว่าการได้ทำงานที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นที่น่ายินดีมาก นอกจากจะเป็นกิจการที่ให้ผลตอบแทนมืออาชีพอย่างดีแล้ว ที่สำคัญการให้โอกาสให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมและมีโอกาสทำงานโดยเฉพาะในช่วงหลังปี พ.ศ.2525 เป็นต้นมา จากจุดนั้นน่าจะถือได้ว่าบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นกิจการที่น่าทำงานที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ทั้งนี้สามารถอรรถาธิบายถึงเหตุปัจจัยได้หลายประการ
ประการแรก กิจการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มีผลกำไรที่ดีต่อเนื่อง ทั้งในฐานะกิจการที่มีการบริหารที่ดี พร้อมกับการเป็นกิจการที่การแข่งขันไม่มาก สามารถตั้งราคาสินค้าได้สูงพอสมควร
ประการที่สอง ผู้บริหารเดิมเป็นชาวต่างชาติ การกำหนดค่าจ้างตั้งบนพื้นฐานของมาตรฐานโลกมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าจะมีการปรับตามสภาพสังคมไทยในบางช่วง แต่ค่าจ้างยังสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับระบบราชการ แหล่งจ้างงานแหล่งใหญ่
ประการที่สาม บริษัทที่สามารถจ้างงานให้ผลตอบแทนทัดเทียมกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ล้วนเป็นบริษัทต่างชาติ ซึ่งรับพนักงานใหม่น้อยมาก ทั้งไม่มีแรงจูงใจขยายงาน เพิ่มการลงทุน และรับพนักงานใหม่ในจำนวนมากเท่ากับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้อยู่ยงคงกะพัน ภายหลังปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมา สถานการณ์การเติบโตของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ อาทิ กิจการการเงิน โทรคมนาคม และอื่น ๆ ผลตอบแทนของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในฐานะบริษัทอุตสาหกรรมไม่ได้จูงใจเช่นในอดีตอีกต่อไป
