บริษัทสยามคราฟท์

  • ชื่อ
    พ.ศ.2519 การกอบกู้บริษัทสยามคราฟท์
    รายละเอียด :
     บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามคราฟท์ จำกัด มาตั้งแต่ต้นในฐานะผู้ถือหุ้น แต่กว่าจะเข้ากอบกู้กิจการที่มีปัญหามากมายอย่างเต็มตัวก็ล่วงมาถึงปี พ.ศ.2519



    บริษัทสยามคราฟท์ จำกัด เดิมชื่อบริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด ตั้งกิจการในปี พ.ศ.2508 เพื่อผลิตกระดาษคราฟท์รายแรกของประเทศ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการวางแผนกันมาแล้วประมาณ 3 ปี



    เริ่มจาก Mr.Henry Kearns (ซึ่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และต่อมาก็เป็นประธาน EXIM Bank) โปรโมเตอร์ของโครงการเข้าหารือและชักจูงสภาเศรษฐกิจว่า เมืองไทยถึงเวลาที่ควรจะมีโรงงานผลิตกระดาษคราฟท์เองแล้ว ปี พ.ศ.2506 ได้มีการทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เมื่อตั้งบริษัทแล้ว Mr.Kearns ก็แนะนำให้ซื้อเครื่องจักรของบริษัท Parsons and Whittemore Incorporated (P&W) ได้สำเร็จ บริษัทเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรโดยเข้ามาร่วมทุนด้วย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมทุนด้วยกว่า 20% และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ถือหุ้นร่วมด้วย 30%



    โครงการดูไปได้ดี สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ให้การส่งเสริม ธนาคารอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ตของสหรัฐอเมริกา ก็ให้เงินกู้ระยะยาวสนับสนุนการขายเครื่องจักรของ Parsons and Whittemore ด้วย



    จากปี พ.ศ.2508 มาอีก 5 ปี ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ก็หมดพร้อม ๆ กับเป็นหนี้สินหลายร้อยล้านบาท ทั้งที่เดินเครื่องจักรได้เพียงปีเดียว



    บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ได้รับการติดต่อขอให้เข้าไปช่วยกิจการ โดยนายอมเรศ ศิลาอ่อน ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งเข้าไปบริหารกิจการบริษัทสยามคราฟท์ จำกัด ในปี พ.ศ.2517 เคยสรุปบทเรียนไว้ว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหลายเพราะวัตถุประสงค์ของผู้ร่วมทุนไม่ตรงกัน Parsons and Whittemore ต้องการเพียงขายเครื่องจักร ส่วนผู้ลงทุนฝ่ายไทยนั้นต้องการมีโรงงานผลิตกระดาษที่มีกำไร ที่มีปัญหายิ่งกว่านั้นก็คือ Parsons and Whittemore ขายเครื่องจักรเก่า โดยที่ฝ่ายไทยคิดว่าใหม่เอี่ยมเสียด้วย”



    ปลายปี พ.ศ.2513 ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยจึงบอกเลิกสัญญากับ Parsons and Whittemore และการฟ้องร้อง หนี้สินนั้นก็ประนอมหนี้กันต่อไป นายบุญมา วงศ์สวรรค์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้ามาช่วยเหลือเต็มกำลังเจรจาให้เจ้าหนี้ยืดกำหนดการชำระหนี้ออกไป



    ปมประวัติศาสตร์ของบริษัทสยามคราฟท์ตรงจุดนั้นได้ก่อปัญหาสืบเนื่อง  เมื่อมีการเพิ่มทุนในปี พ.ศ.2515 เพื่อแก้ไขปรับปรุงเครื่องจักรเสียส่วนใหญ่ มีการตกลงว่าจ้างผู้บริหารใหม่อีกชุดหนึ่งแต่เหตุการณ์ก็ไม่ดีขึ้น ประจวบกับโอกาสอำนวยบางประการเหลือน้อยเต็มที อาทิ บัตรส่งเสริมใกล้จะหมดอายุ ลูกค้า ผู้ซื้อกระดาษคราฟท์รายใหญ่หันมาตั้งโรงงานผลิตแข่งขันโดยตรง



    ในที่สุด สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงต้องชักจูงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ผู้มีประสบการณ์เข้าโอบอุ้มแก้ไขวิกฤตครั้งหนักหน่วงที่สุดในปี พ.ศ.2518 บริษัทสยามคราฟท์ จำกัด ก็ได้กลายเป็นเวทีทดสอบและฝึกฝนความสามารถของ “มืออาชีพ” ในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มาหลายครั้งแล้ว ทั้งได้เป็น “หัวหาด” สำคัญที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด จำต้องกระโจนลงสู่อุตสาหกรรมกระดาษครบวงจรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  
    ป้ายคำค้น :
    บริษัทสยามคราฟท์ , บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด , 2519