2519
ชื่อ
พ.ศ.2519 การกอบกู้บริษัทสยามคราฟท์
รายละเอียด :
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามคราฟท์ จำกัด มาตั้งแต่ต้นในฐานะผู้ถือหุ้น แต่กว่าจะเข้ากอบกู้กิจการที่มีปัญหามากมายอย่างเต็มตัวก็ล่วงมาถึงปี พ.ศ.2519
บริษัทสยามคราฟท์ จำกัด เดิมชื่อบริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด ตั้งกิจการในปี พ.ศ.2508 เพื่อผลิตกระดาษคราฟท์รายแรกของประเทศ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการวางแผนกันมาแล้วประมาณ 3 ปี
เริ่มจาก Mr.Henry Kearns (ซึ่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และต่อมาก็เป็นประธาน EXIM Bank) โปรโมเตอร์ของโครงการเข้าหารือและชักจูงสภาเศรษฐกิจว่า เมืองไทยถึงเวลาที่ควรจะมีโรงงานผลิตกระดาษคราฟท์เองแล้ว ปี พ.ศ.2506 ได้มีการทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เมื่อตั้งบริษัทแล้ว Mr.Kearns ก็แนะนำให้ซื้อเครื่องจักรของบริษัท Parsons and Whittemore Incorporated (P&W) ได้สำเร็จ บริษัทเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรโดยเข้ามาร่วมทุนด้วย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมทุนด้วยกว่า 20% และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ถือหุ้นร่วมด้วย 30%
โครงการดูไปได้ดี สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ให้การส่งเสริม ธนาคารอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ตของสหรัฐอเมริกา ก็ให้เงินกู้ระยะยาวสนับสนุนการขายเครื่องจักรของ Parsons and Whittemore ด้วย
จากปี พ.ศ.2508 มาอีก 5 ปี ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ก็หมดพร้อม ๆ กับเป็นหนี้สินหลายร้อยล้านบาท ทั้งที่เดินเครื่องจักรได้เพียงปีเดียว
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ได้รับการติดต่อขอให้เข้าไปช่วยกิจการ โดยนายอมเรศ ศิลาอ่อน ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งเข้าไปบริหารกิจการบริษัทสยามคราฟท์ จำกัด ในปี พ.ศ.2517 เคยสรุปบทเรียนไว้ว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหลายเพราะวัตถุประสงค์ของผู้ร่วมทุนไม่ตรงกัน Parsons and Whittemore ต้องการเพียงขายเครื่องจักร ส่วนผู้ลงทุนฝ่ายไทยนั้นต้องการมีโรงงานผลิตกระดาษที่มีกำไร ที่มีปัญหายิ่งกว่านั้นก็คือ Parsons and Whittemore ขายเครื่องจักรเก่า โดยที่ฝ่ายไทยคิดว่าใหม่เอี่ยมเสียด้วย”
ปลายปี พ.ศ.2513 ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยจึงบอกเลิกสัญญากับ Parsons and Whittemore และการฟ้องร้อง หนี้สินนั้นก็ประนอมหนี้กันต่อไป นายบุญมา วงศ์สวรรค์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เข้ามาช่วยเหลือเต็มกำลังเจรจาให้เจ้าหนี้ยืดกำหนดการชำระหนี้ออกไป
ปมประวัติศาสตร์ของบริษัทสยามคราฟท์ตรงจุดนั้นได้ก่อปัญหาสืบเนื่อง เมื่อมีการเพิ่มทุนในปี พ.ศ.2515 เพื่อแก้ไขปรับปรุงเครื่องจักรเสียส่วนใหญ่ มีการตกลงว่าจ้างผู้บริหารใหม่อีกชุดหนึ่งแต่เหตุการณ์ก็ไม่ดีขึ้น ประจวบกับโอกาสอำนวยบางประการเหลือน้อยเต็มที อาทิ บัตรส่งเสริมใกล้จะหมดอายุ ลูกค้า ผู้ซื้อกระดาษคราฟท์รายใหญ่หันมาตั้งโรงงานผลิตแข่งขันโดยตรง
ในที่สุด สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงต้องชักจูงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ผู้มีประสบการณ์เข้าโอบอุ้มแก้ไขวิกฤตครั้งหนักหน่วงที่สุดในปี พ.ศ.2518 บริษัทสยามคราฟท์ จำกัด ก็ได้กลายเป็นเวทีทดสอบและฝึกฝนความสามารถของ “มืออาชีพ” ในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มาหลายครั้งแล้ว ทั้งได้เป็น “หัวหาด” สำคัญที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด จำต้องกระโจนลงสู่อุตสาหกรรมกระดาษครบวงจรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ป้ายคำค้น :
บริษัทสยามคราฟท์ , บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัด , 2519
ชื่อ
พ.ศ.2519 จุดเริ่มต้นงานประชาสัมพันธ์และโฆษณาเพื่อสังคม
รายละเอียด :
ต้นปี พ.ศ.2518 นายฉายศักดิ์ เเสง-ชูโต ได้เข้าดูเเลฝ่ายวางเเผนการตลาดของบริษัทค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด หลังจากที่นายอายุส อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้ขอตัวนายฉายศักดิ์ฯ จากนายชุมพล ณ ลำเลียง เพื่อมาช่วยงาน
นายฉายศักดิ์ เเสง-ชูโต เข้าเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวางเเผนการตลาดมีหน้าที่วางเเผนการตลาดทั้งหมดในเครือซิเมนต์ไทย ครอบคลุมงานวิเคราะห์ตลาด วิจัยตลาด รวมถึงทำโฆษณาเเละประชาสัมพันธ์ นับเป็นจุดกำเนิดของงานประชาสัมพันธ์ของเครือซิเมนต์ไทย ก่อนที่จะเเยกหน่วยงานนี้ออกไปในปี พ.ศ.2520 โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร เข้ามาดูเเลในฐานะผู้จัดการหน่วยงานประชาสัมพันธ์คนเเรกของเครือซิเมนต์ไทย
จากคำสัมภาษณ์ของนายดุสิต นนทะนาคร เล่าว่าสมัยนั้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด จะรู้กันอยู่ว่าเก็บตัว ไม่อยากไปพบกับใคร ไม่อยากบอกใครว่าเป็นคนดี ไม่มีประเด็นที่ต้องไปอวดตัว ต่อมายุคนายจรัส ชูโต เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ เห็นว่าบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปิดตัวให้มากขึ้น กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น กล้าที่จะเปิดเผยความจริงกับสื่อมวลชนกับสาธารณะมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการตั้งหน่วยงานประชาสัมพันธ์
เครือซิเมนต์ไทยออกโฆษณาที่เป็น Corporate Ad ในสื่อต่างประเทศครั้งเเรกในปี พ.ศ.2519 ในช่วงที่นายฉายศักดิ์ฯ ยังดูเเลงานประชาสัมพันธ์อยู่ โดยใช้ชื่อชุดโฆษณา We believe in the future of Thailand
นายฉายศักดิ์ฯ เล่าว่า เนื่องจากช่วงเหตุการณ์ 16 ตุลาคม พ.ศ.2519 เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยสงบ บางวันก็มีการให้พนักงานกลับบ้านก่อน เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะไม่ปลอดภัย สถานการณ์การลงทุนยังดูไม่น่าไว้วางใจ เนื่องมาจากทฤษฎีโดมิโนที่คาดกันว่าไทยจะได้ผลกระทบต่อจากเวียดนาม เขมร เเละลาว ชาวต่างชาติเริ่มอพยพกลับประเทศ ในขณะที่คนลงทุนก็เตรียมถอนทุนกลับ นายฉายศักดิ์ฯ จึงได้ปรึกษากับนายมานิตย์ รัตนสุวรรณ ผู้ดูเเลงานโฆษณาว่าน่าจะทำอะไรเพื่อช่วยประเทศได้บ้างในสถานการณ์เช่นนี้
การผลิตโฆษณาดำเนินการโดยบริษัท Kenyon Escut ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Lintas เเละ นายฉายศักดิ์ เเสง-ชูโต ก็เป็นคนเขียนคำในโฆษณานั้นเอง ส่วนรูปที่ใช้มี 2 รูป คือ รูปผู้หญิงลอยกระทงกำลังอธิษฐานให้ประเทศ โดยได้นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาเป็นเเบบ จากการคัดเลือกคนที่ไม่เป็นที่รู้จักเเละมีใบหน้าไทย ๆ ส่วนอีกรูปคือรูปวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (The Temple of Dawn) เพื่อสื่อความหมายให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในยุคตะวันขึ้นไม่ใช่ตะวันตก
โฆษณาชุดนี้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารต่างประเทศชั้นนำ อาทิ Times, Newsweek, Fortune ต่อมาหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนชมเชยในคอลัมน์ “ข้าวนอกนา” ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐว่า การออกโฆษณาชุดนี้ของเครือซิเมนต์ไทยเป็นการเเสดงออกถึงความเป็นพลเมืองดีของชาติ
หลังจากนั้นเครือซิเมนต์ไทยยังคงออกโฆษณาเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องอีกหลายชุด
ปี พ.ศ.2520 ออกชุด Thailand‘s Progress ซึ่งต้องการเเสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความศิวิไลมานาน โดยยกตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดพบที่อำเภอบ้านเชียง หลักศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงที่มีการกล่าวถึงการค้าเเบบเสรีที่มีมานานกว่า 700 ปี
ในปี พ.ศ.2528 ออกโฆษณาชุด “น้ำใจ” ที่มาจากเเนวคิดของนายอมเรศ ศิลาอ่อนที่มองว่าความมีน้ำใจของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีชนชาติใดเหมือน น่าจะนำมาเป็นเครื่องมือชักชวนให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศได้เป็นอย่างดี
ป้ายคำค้น :
ฉายศักดิ์ , การตลาด , 2519 , เเสง-ชูโต
ชื่อ
พ.ศ.2519 นายสมหมาย ฮุนตระกูล
รายละเอียด :
ความจริงแล้วนายสมหมาย ฮุนตระกูล เกี่ยวข้องกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มานานพอสมควร ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท
ความเกี่ยวข้องโดยตรงครั้งแรก ๆ ก็คือในฐานะเจ้าหนี้ เนื่องจากนายสมหมายฯ มีตำแหน่งบริหารในบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (IFCT) ตั้งแต่แรกตั้งเลยก็ว่าได้
กิจการนี้ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2502 ตามแนวคิดของ Industrial Bank of Korea ซึ่งสร้างสถาบันการเงินเฉพาะขึ้นมาเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ในช่วงเวลานั้นเงินทุนเป็นที่ต้องการอย่างมาก บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นกิจการสำคัญกิจการหนึ่งที่ถือเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของบรรษัทแห่งนี้ตั้งแต่ต้น
IFCT ระดมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยแหล่งใหญ่ที่สุดก็มาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาปล่อยกู้แก่ธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยอีกทอดหนึ่ง
เมื่อนายสมหมายฯ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ได้มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด แทนตำแหน่งของกรรมการผู้จัดการคนก่อน (นายอาภรณ์ กฤษณะมะระ) นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นช่วงของการปรับโครงสร้างธุรกิจในปี พ.ศ.2515
นายสมหมายฯ มีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อนายบุญมา วงศ์สวรรค์ ต้องไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปลายปี พ.ศ.2516 นายสมหมายฯ จึงเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารแทนและหลังจากนั้นก็เข้าไปเป็นกรรมการบริษัทในเครืออีกหลายแห่ง
เหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งของการบริหารงานในยุคนายบุญมา วงศ์สวรรค์ โดยเฉพาะในปี พ.ศ.2518 ที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ประสบการขาดทุนครั้งแรก โดยนายบุญมาฯ ให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าปูนซีเมนต์ ในขณะที่นายสมหมาย ฮุนตระกูล กล่าวในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 782 (27 มกราคม พ.ศ.2517) ไว้อย่างน่าสนใจว่า
"การที่เครือฯ ต้องประสบการขาดทุนนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว เพราะยังมีกิจการอื่นของเครือฯ ที่ขาดทุนมาก ดังนั้นแม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติให้ขึ้นราคาปูนซีเมนต์ หากไม่ปรับปรุงกิจการอื่นด้วยแล้ว สถานการณ์ของเครือก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก”
ในปลายปี พ.ศ.2519 เมื่อนายสมหมาย ฮุนตระกูล ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแทนนายบุญมา วงศ์สวรรค์ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนัก (พ.ศ. 2519-2523) แต่ก็ถือว่าเครือซิเมนต์ไทยได้ปรับโครงสร้างทางธุรกิจมากพอสมควร โดยเฉพาะธุรกิจเหล็ก การร่วมทุนสร้างเครื่องยนต์การเกษตร และการจัดตั้งบริษัทการค้าระหว่างประเทศ ที่น่าสังเกตก็คืออิทธิพลญี่ปุ่นเข้ามาประเทศไทยอย่างมากในช่วงนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด กับธุรกิจญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานมาจนทุกวันนี้
ในช่วงนั้นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเติบโตขึ้นอีกครั้ง หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองและวิกฤตการณ์น้ำมัน โดยเฉพาะพ้นระยะการควบคุมราคาปูนซีเมนต์ ซึ่งส่งผลให้การลงทุนขยายกำลังผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศชะงัก ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นหลังวิกฤตการณ์ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ต้องมาระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อขยายกำลังการผลิตพร้อม ๆ กับการแก้ปัญหาปูนซีเมนต์ขาดตลาดอย่างรุนแรง นับเป็นช่วงเติบโตก้าวกระโดดในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการระดมเงินกู้จากประเทศญี่ปุ่นและต่อด้วยการกู้เงินในตลาดโลกโดยไม่ต้องมีการค้ำประกันและดำเนินการกู้พร้อม ๆ กันหลายธนาคารด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็มีการลงทุนใหม่ในทุกธุรกิจ ถือเป็นช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดช่วงหนึ่งของเครือซิเมนต์ไทย
ป้ายคำค้น :
สมหมาย , ฮุนตระกูล , 2519
ชื่อ
พ.ศ.2519 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม
รายละเอียด :
ในช่วงปี พ.ศ.2517 - 2519 เป็นระยะที่สภาพแวดล้อมทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ยุ่งยากและสับสน สถานการณ์ทางการเมืองขณะนั้นคือยุคสมัยที่เรียกกันว่า "ประชาธิปไตยเบ่งบาน" ความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เมื่อนิสิตนักศึกษาชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่จอมพลถนอม กิตติขจร ให้ออกนอกประเทศ ในขณะนั้นได้เกิดความแตกแยกทั้งในพรรคการเมืองและกลุ่มประชาชน ออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สนับสนุนบทบาทของนิสิตนักศึกษา และกลุ่มที่ต่อต้านและกล่าวหานิสิตนักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 เกิดการปะทะและใช้กำลังทำร้ายนิสิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างรุนแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายเป็นจำนวนมาก
จากข้อเท็จจริงในอดีตปรากฎว่าในยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบานนั้น คนไทยหลายต่อหลายอาชีพได้แสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิดความต้องการอย่างเสรี ในรูปของการเรียกร้องต่าง ๆ บ่อยครั้ง สถิติการพิพาทแรงงานและการนัดหยุดงานได้พุ่งขึ้นสู่ระดับ 400-500 รายต่อปี ซึ่งนับว่าสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
ในปี พ.ศ.2519 มีการนัดหยุดงานตามโรงงานต่าง ๆ หลายต่อหลายแห่ง รวมทั้งที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยด้วย พนักงานเสนอข้อเรียกร้องหลายประการ โดยเฉพาะการขอขึ้นค่าจ้าง การหยุดงานครั้งนั้นยุติลงด้วยประกาศของรัฐบาลซึ่งกำหนดให้ปูนซีเมนต์เป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับให้พนักงานกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ดังเดิมเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
Reference:
เหตุการณ์ 6 ตุลา - วิกิพีเดีย
http://th.wikipedia.org
สินค้าการเมือง, จารึกไว้ในความทรงจำ, ปูนซิเมนต์ไทย 2456 - 2526
พ.ศ.2518 - 2530 ปรับโครงสร้างธุรกิจไทย
ป้ายคำค้น :
2519 , 6 ตุลาคม