สึนามิ

  • ชื่อ
    พ.ศ. 2547 เกิดมหันตภัยสึนามิจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย
    รายละเอียด :
    เกิดมหันตภัยสึนามิจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย

    วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย ด้วยระดับความแรง 9.0 ริกเตอร์ จากการยุบตัวของเปลือกโลกใต้มหาสมุทรอินเดียส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิสูงราว 30 เมตรเข้าท่วมทำลายบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งโดยรอบมหาสมุทรอินเดีย

    ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ใน 14 ประเทศมากกว่า 230,000 คน นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย รองลงมาคือ ศรีลังกา อินเดียและไทย ตามลำดับ
     
    ป้ายคำค้น :
    สึนามิ , 2547
  • ชื่อ
    พ.ศ. 2547 เกิดมหันตภัยสึนามิที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน
    รายละเอียด :
    เกิดมหันตภัยสึนามิที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน

    แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเล แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นที่บริเวณเกาะสุมาตราได้รับความเสียหาย
    สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2548 ในรายงานของกระทรวงมหาดไทยที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2548 มีจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 5,309 คน ผู้สูญหาย 3,370 คน ต่อมาได้มีการรับแจ้งจากญาติพี่น้องของผู้ประสบภัยภายหลังการเกิดเหตุ จำนวนดังกล่าวนี้ลดลงเพราะได้พบผู้ที่รับแจ้งว่าสูญหายบางคนแล้ว

    นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายด้านทรัพย์สิน ได้แก่ บ้านเรือนของประชาชน โรงแรม บังกะโล เกสต์เฮาส์ ร้านค้า ร้านอาหาร ทรัพย์สินส่วนตัวของนักท่องเที่ยว ยานพาหนะ ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถนน เป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาท

    ส่วนความเสียหายด้านเศรษฐกิจนั้น กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ภูเก็ต พังงาและกระบี่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด มีแหล่งท่องเที่ยวได้รับความเสียหายมาก อาทิ เกาะสิมิลัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หาดราไวย์ หาดกะรน หาดกมลาและหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต รวมถึงเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในจังหวัดระนอง
     
    ป้ายคำค้น :
    สึนามิ , 2547
  • ชื่อ
    พ.ศ. 2547 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ
    รายละเอียด :
    การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ

    จากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้ เอสซีจีได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง ทั้งการช่วยเหลือแบบเร่งด่วน และการช่วยเหลือในระยะยาว

    การช่วยเหลือแบบเร่งด่วนนั้น เอสซีจีบริจาคเงิน 10 ล้านบาท แท็งค์น้ำขนาด 2,000 ลิตรจำนวน 100 ถัง ถุงยังชีพ สร้างโลงศพ 600 โลง บริจาคโลหิต และพนักงานบริจาคเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่าในระยะแรก 17 ล้านบาท

    การช่วยเหลือในระยะยาว ทำโดยจัดตั้งกองทุนเครือซิเมนต์ไทยฟื้นฟูผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ เป็นการรับบริจาคเงินโดยบริษัทต่าง ๆ ของเอสซีจี มูลนิธิเอสซีจี บริษัทร่วมทุน คู่ค้า ผู้แทนจำหน่ายและพนักงานของเอสซีจี

    มีความร่วมมือกับคณะกรรมการเครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน สนับสนุนจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอาชีพขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ให้สามารถประกอบอาชีพได้ โดยสนับสนุนทุนทรัพย์และมอบความรู้ให้ชาวบ้านนำไปใช้ซ่อมแซมเรืออย่างเร่งด่วน ให้สามารถประกอบอาชีพได้เร็วที่สุด รวมทั้งเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาการสร้างเรือระยะยาว และร่วมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

    กองทุนฟื้นฟูอาชีพได้จัดตั้งโครงการ “อู่ซ่อมสร้างเรือประมงประจำชุมชน” โครงการแรกขึ้นที่จังหวัดสตูล ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ดำเนินการใน 6 จังหวัดที่ประสบภัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่การคมนาคมลำบาก ความช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึง โดยเบื้องต้นเอสซีจีได้สร้างอู่ซ่อมสร้างเรือประมงชุมชนไปไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง เนื่องจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีเรือได้รับความเสียหายต้องซ่อมแซมประมาณ 700 ลำ นอกจากนั้นเครื่องมือการประมงอื่นๆ เช่น กระชัง แห อวน ได้รับความเสียหายทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัย 31 หมู่บ้าน ในเขตจังหวัดสตูล พังงา กระบี่และตรัง  
    ป้ายคำค้น :
    สึนามิ , 2547 , การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ
  • ชื่อ
    พ.ศ. 2554 เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น
    รายละเอียด :
    เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น

    วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากคาบสมุทรโอะชิกะไปทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 24 กิโลเมตร เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดจากการดันตัวของแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิคและแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือ ทำให้เกิดแรงสะเทือนในภาคตะวันออก ภูมิภาคคันโต และชายฝั่งด้านมหาสมุทรแปซิฟิค กินพื้นที่จากเหนือจรดใต้ 500 กิโลเมตร จากตะวันออกจรดตะวันตก 200 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนวัดได้ 9.0 แมกนิจูด

    ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่สามารถวัดได้ในญี่ปุ่น และเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของโลกนับแต่แผ่นดินไหวในอ่าวสุมาตรา และมีความรุนแรงเป็นอันดับ 4 จากแผ่นดินไหวทั้งหมดตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมา

    แผ่นดินไหวครั้งนี้ ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกและรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินมากที่สุดถึง 6 กิโลเมตร ที่ชายทะเลบริเวณตอนใต้ของจังหวัดอิวาเทะ จังหวัดมิยากิ และตอนเหนือของจังหวัดฟุกุชิมะ ปรากฏคลื่นสึนามิสูง 8-9 เมตร น้ำทะเลขึ้นสูงสุด 40.5 เมตร ชายฝั่งทะเลภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวต่างได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ
    ผลกระทบร้ายแรงอีกประการหนึ่ง ซึ่งเกิดจากสึนามิ คือความเสียหายที่เกิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ซึ่งมีการรั่วไหลของกัมมันตรังสี เบื้องต้นทำให้ประชาชนประมาณ 140,000 คนซึ่งอยู่รอบรัศมี 20 กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้าต้องอพยพ ยิ่งกว่านั้น ยังมีโอกาสเกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวสูง      

    ในช่วงแรกประชากรกว่า 300,000 คนต้องย้ายออกจากบ้านไปอาศัยอยู่ที่อื่น หรือไปอาศัยที่พักพิงชั่วคราวประมาณ 2,400 แห่งในบริเวณใกล้เคียง โดยความต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว 8,800 หน่วยในอิวาเตะ 10,000 หน่วยในมิยากิ และ 19,000 หน่วยในฟุกุชิมะ      

    จากการขาดแคลนไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งเรื่องเสบียงอาหาร น้ำ ยารักษาโรคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกจากนั้นยังต้องจัดเตรียมอาหารเพิ่มเติมสำหรับผู้ไม่อพยพ ด้วยเหตุนี้ทำให้มีรายงานว่า ผู้อพยพบางคนได้รับอาหารเพียงมื้อเดียวต่อวัน      

    เหตุการณ์แผ่นดินไหว สึนามิ และวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหยุดชะงัก โดยปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และการขาดแคลนไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออก ทำให้เกิดผลกระทบขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ

    ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมหดตัวสูงมากโดยเฉพาะหมวดยานยนต์ โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายน ปี 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่า มูลค่าการฟื้นฟูบูรณะอาจสูงกว่า 25 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์) ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของญี่ปุ่นหดตัวลงร้อยละ 3.7 ในไตรมาสแรกของปี 2554
                
     แต่หลังจากผ่านพ้นภัยพิบัติการฟื้นตัวของภาคการผลิตก็เป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาสที่ 3 กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังได้รับผลดีจากงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือและซ่อมสร้างพื้นที่ประสบภัยของทางการมูลค่า 6 ล้านล้านเยนหรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 1.3 ของ GDP

    แม้ปัญหาในภาคการผลิตคลี่คลายลงแต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต้องเผชิญกับอุปสรรคจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเงินเยนที่แข็งค่าต่อเนื่อง โดยผลกระทบจากวิกฤตการคลังในกลุ่มประเทศยูโรและสหรัฐฯ ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าญี่ปุ่นจำนวนมาก

    สาเหตุมาจากการที่นักลงทุนมองว่าสินทรัพย์สกุลเงินเยนมีความเสี่ยงต่ำ (Safe-Haven Currency) ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 75.8 เยนต่อดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม

    ด้วยเหตุนี้ เดือนพฤศจิกายน กระทรวงการคลังญี่ปุ่น ดำเนินนโยบายแทรกแซงค่าเงินเยนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์จำนวน 9.09 ล้านล้านเยน (117 พันล้านดอลลาร์) แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความไม่แน่นอนในการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะกลุ่มประเทศยูโร และการแข็งค่าของเงินเยน ยังเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
     
    ป้ายคำค้น :
    ญี่ปุ่น , 2554 , แผ่นดินไหว , สึนามิ