กรุต
-
- ชื่อ
- Commander W.L. Grut
- รายละเอียด :
- Commander W.L. Grut
Commander William Lennart Grut เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2424 ที่สวีเดน เริ่มงานครั้งแรกในกองทัพเรือสวีเดนในปี พ.ศ. 2446 พี่สาวของ W.L.Grut ชื่อ Nee Ellen Margrethe Grut (พ.ศ.2418 - 2500) ได้แต่งงานกับ Aage Westenholz และเป็นระยะเวลาเดียวกันที่ W.L.Grut เริ่มสนใจตะวันออก จน 3 ปีต่อมาเขาได้ออกเดินทางไปหา Westenholz ซึ่งไปทำธุรกิจที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2429
ในปี พ.ศ.2449 ระหว่างเดินทาง W.L.Grut ได้พบกับ Helen Aiko Conder (พ.ศ.2426 - 2517) ซึ่งเป็นลูกสาวของ Josiah Conder ศาสตราจารย์ด้านสถาปัตย์จาก Tokyo University และได้แต่งงานกันที่ญี่ปุ่นในปีเดียวกัน เมื่อมาถึงกรุงเทพ W.L. Grut ได้เข้าฝึกงานที่ Siam Electricity Company จนในปี พ.ศ.2453 ได้เป็นผู้จัดการแทน Westenholz ที่บริษัทแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้จัดการทั่วไปที่ Jendarata Rubber Company ในเวลาต่อมา
ปี พ.ศ.2456 W.L.Grut ลาออกจากการเป็นผู้บริหาร Siam Electricity Company และยังได้ขายหุ้นบริษัทออกไป เพื่อหันมาทำตามที่ตัวเองสนใจ คือการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
(เรียบเรียงจาก The UP Saga. Susan M.Martin 2003)
- ป้ายคำค้น :
- ผู้ก่อตั้ง , Founder , พ.ศ.2456 , Grut , William Lennart , สวีเดน , กรุต
-
- ชื่อ
- พ.ศ.2484 คนไทยมีบทบาทบริหารมากขึ้น : ประธานกรรมการบริษัทจากคณะราษฎร
- รายละเอียด :
- การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2475 นั้นมีผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างกว้างขวางรวมทั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ด้วย
ปี พ.ศ.2476 มีการปรับเปลี่ยนกรมพระคลังข้างที่เดิมเป็นสำนักงานพระคลังข้างที่ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรีในระบอบการปกครองใหม่ ต่อมาปี พ.ศ. 2480 จึงตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แทนพระคลังข้างที่ โดยมีการบริหารในรูปคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ (ประธานกรรมการขณะนั้น ได้แก่ นายปรีดี พนมยงศ์ ในฐานะรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลัง) กับกรรมการอีก 4 คนที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง แต่เนื่องจากในขณะนั้นรัชกาลที่ 8 ยังทรงพระเยาว์และได้ประทับเพื่อศึกษาอยู่ ณ ต่างประเทศ โดยมีคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์อยู่ จึงมีการแต่งตั้งบุคคลในคณะราษฎรซึ่งขณะนั้น ได้แก่ นายชุณห์ ปิณฑานนท์ เข้าเป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด จึงเป็นสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามกฏหมาย โดย นายชุณห์ ปิณฑานนท์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในทันที แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาตัวแทนพระคลังข้างที่มิได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการแต่มอบหมายให้ผู้มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่แทนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พระยาอรรถการประสิทธิ์ที่ปรึกษากฏหมายดำรงตำแหน่งประธานกรรมการท่านแรกอยู่ 5 ปี (พ.ศ.2458 – 2464) ต่อจากนั้น นาวาโท ดับบลิว แอล กรุต ในฐานะผู้ก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญในฐานะกรรมการตั้งแต่ต้น ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการต่อเนื่องยาวนานมาถึง 20 ปี (พ.ศ.2464 - 2484)
คณะราษฎรให้ความสนใจต่อบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด อย่างมาก ทั้งมีความตั้งใจอย่างชัดเจนเพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงบริษัทแห่งนี้โดยเฉพาะการควบคุมและบริหารการเงินของบริษัท
เมื่อนายชุณห์ ปิณฑานนท์ เข้ามาเป็นประธานกรรมการตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 ได้ประมาณ 1 ปีเศษ นาวาโท ดับบลิว แอล กรุต ซึ่งเป็นเพียงกรรมการในตอนนั้นจึงตัดสินใจลาออกจากกรรมการ และเดินทางกลับไปพำนักในยุโรปในปี พ.ศ.2483 นอกจากนี้ยังมีสมาชิกของคณะราษฎรอีกคนหนึ่งมาร่วมในฐานะกรรมการพร้อม ๆ กับนายชุณห์ฯ ตั้งแต่ปี 2482 ด้วย ได้แก่ ร.อ.วัน รุยาพร สมาชิกคณะราษฎรสายทหารเรือ
ในระยะที่ผ่านมา 1 ปี มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นในบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด หลายเรื่อง ซึ่งเริ่มต้นมาพร้อม ๆ กับการปรับเปลี่ยนบทบาทสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหาษัตริย์
ในปี พ.ศ.2482 คณะราษฎรได้ตั้งบริษัทไทยนิยมพาณิชย์ จำกัด โดยรัฐบาลถือหุ้น 70% และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถือหุ้น 30% โดยมีสมาชิกคณะราษฎรหลายคนเป็นกรรมการบริษัท เช่น นายจรูญ รัตนกุล (หลวงเสรีเรืองฤทธิ์) นายเล้ง ศรีสมวงศ์ นายวิลาศ โอสถานนท์ หลวงเชวงศักดิ์สงคราม (ช่วง ขวัญเชิด) เพื่อทำกิจการขายส่งและขายปลีกรายใหญ่ ทั้งสินค้านำเข้า สินค้าบริโภคที่ผลิตในประเทศให้กับชาวชนบท และส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ
ในปลายปี พ.ศ.2482 บริษัทไทยนิยมพาณิชย์ จำกัด ได้แสดงความจำนงขอจัดจำหน่ายปูนซีเมนต์ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด แต่เพียงผู้เดียว แต่ไม่สามารถบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดการรั่วไหลผ่านพ่อค้าคนกลางนำปูนซีเมนต์ออกมาขายแข่งขันกับบริษัทในราคาถูกกว่าราคาตลาด และมีการค้างจ่ายค่าปูนซีเมนต์กับบริษัทเป็นจำนวนมาก อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มีปัญหาทางการเงินอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ในช่วงระยะเวลานั้น Mr.Jespersen กรรมการผู้จัดการและคณะกรรมการบริษัท ต้องปรับตัวและบริหารกิจการท่ามกลางความขัดแย้งและความยากลำบากหลายประการ เท่าที่มีหลักฐานการประชุมคณะกรรมการบริษัทมีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ควรกล่าวถึง
ได้เกิดความขัดแย้งในการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัท เนื่องจากต้องการให้มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทีมผู้บริหารชาวเดนมาร์กต้องการให้กันเงินไว้สำหรับการลงทุนเพิ่มภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะเกิดการขาดแคลนปูนซีเมนต์และต้องการเก็บเงินของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไว้ใช้จ่ายเพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงเวลานั้น ในที่สุดทีมผู้บริหารชาวเดนมาร์กเลือกกู้เงินจากบัญชีเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft) มาจ่ายเงินปันผลและเก็บเงินของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไว้
สถานการณ์ปัญหาด้านการเงินในส่วนนี้ดำรงอยู่ประมาณ 10 ปี ภายหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ.2490 ต่อมาในปี พ.ศ.2491 ตัวแทนของคณะราษฎรพ้นจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ไปพร้อม ๆ กับบทบาทของบริษัทไทยนิยมพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดหน่ายปูนซีเมนต์ด้วย การบริหารการจัดการในเรื่องนี้จึงเข้าภาวะปกติต่อไป
- ป้ายคำค้น :
- Jespersen , คณะราษฎร , ณห์ , ปิณฑานนท์ , วัน , รุยาพร , กรุต , พ.ศ.2484