Gollo

  • ชื่อ
    E.G. Gollo
    รายละเอียด :

    E.G. Gollo

    Emilio Giovanni Eugenio Gollo เกิดเมื่อปี พ.ศ.2416 ที่ประเทศอิตาลี เดินทางมาประเทศไทยในปี พ.ศ.2442 ขณะอายุได้  26 ปี ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลให้เข้ารับราชการเป็นนายช่างก่อสร้าง “ทีมอิตาเลียน” ในกรมโยธา กระทรวง โยธาธิการ ในการสร้างภูมิทัศน์สำหรับเมืองแบบใหม่ให้กรุงเทพ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการก้าวของสยามไปสู่ความก้าวหน้าแบบตะวันตก

    เมื่อผลงานเป็นที่ปรากฏ เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าวิศวกร เป็นกำลังสำคัญในการรังสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆของกรุงเทพ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งอัมพรสถาน พระตำหนักที่ประทับขององค์สยามมกุฎราชกุมาร ในเขต พระราชวังดุสิต สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนได้รับพระราช ทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาไพศาลศิลปศาสตร์

    Mr. E.G. Gollo ได้ร่วมกับเจ้าพระยายมราชในการตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยขึ้น โดยรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับชาวต่างประเทศในยุโรปเรื่องการผลิตปูนซีเมนต์ ตั้งแต่การสั่งซื้อเครื่องจักร การดูแลควบคุมเครื่องจักร การหาพลังงานที่ต้องใช้ รวมทั้งการส่งปูนซีเมนต์ที่ผลิตได้เกินความต้องการไปขายในต่างประเทศ โดยเจ้าพระยายมราชเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินสด กับการให้ “ฟรีแชร์” ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทโดยไม่ต้องออกเงินค่าหุ้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็นกรรมการบริษัทรุ่นแรก คือตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 จนถึงปี พ.ศ.2468

    Mr. E.G. Gollo ได้เกษียณอายุการทำงานเมื่ออายุ 50 ปี โดยได้เบี้ยบำนาญตาม ระเบียบราชการ เเละ เดินทางกลับบ้านเกิดและทำงานตามวิชาชีพต่อไปจนถึงแก่กรรม เมื่ออายุได้ 61 ปี

    (เรียบเรียงจาก www.sac.or.th)

     
    ป้ายคำค้น :
    ผู้ก่อตั้ง , Founder , Gollo , Emilio Giovanni Eugenio , พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ , พ.ศ.2456 , พ.ศ.2468 , อิตาลี , อี.จี. , โกลโล
  • ชื่อ
    พ.ศ.2455 การจัดตั้งบริษัทไทย
    รายละเอียด :
    เท่าที่มีบันทึกพบว่าการดำเนินงานอย่างจริงจังในการก่อตั้งกิจการซีเมนต์ เริ่มต้นในช่วงกลางปี พ.ศ.2455 โดยเจ้าพระยายมราช ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงนครบาล บริหารงานเขตพระนคร มีบทบาทในการบริหารงานก่อสร้างพระราชวัง สถานที่สำคัญทางราชการ ในช่วงระยะนั้นหลายแห่ง รวมถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม โรงไฟฟ้าสามเสน(พระนครเหนือ)ได้ขอ.ให้ Mr.E.G. Gollo หัวหน้าวิศวกรกรมโยธาธิการ ซึ่งเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่ยุโรป ศึกษาเรื่องการสร้างโรงงานซีเมนต์ พร้อมส่งตัวอย่างดินสามแห่งจากประเทศไทย (ดินสอพองจากช่องแค ดินเหนียวจากบางซื่อและบางบัวทอง)ไปทดลองผสมปูนซีเมนต์ จากนั้นไปเดนมาร์กเพื่อหาข้อมูลเรื่องเครื่องจักร แล้วนำรายงานผลการทดลองกับตัวอย่างซีเมนต์กลับมาประเทศไทยในเดือนมกราคม พ.ศ.2456 ได้ผลว่าดินจากไทยสามารถผลิตปูนซีเมนต์ได้

    เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมปีเดียวกัน เจ้าพระยายมราชทำหนังสือกราบบังคมทูลรัชกาลที่ 6 ขอพระราชทานราชานุญาตตั้งบริษัท พร้อมร่างสัญญาข้อบังคับบริษัทและขอให้
    ผู้แทนพระคลังข้างที่มาปรึกษาหารือในเรื่องหุ้นส่วน ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเองที่รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชหัตถ์เลขาตอบในทันทีว่า "อนุญาตให้เป็นอันใช้ได้"

    นอกจากนี้ในจดหมายของเจ้าพระยายมราชมีสาระที่น่าสนใจประการหนึ่ง เสนอให้ชาวต่างประเทศถือหุ้นบริษัทด้วย 25% ทั้งนี้ต้องการอาศัยความรู้ความชำนาญในการดำเนินธุรกิจ การติดต่อต่างประเทศ ซึ่งหาคนไทยมีคุณสมบัติเช่นนั้นยาก พร้อมกันนี้ได้เสนอให้ชาวต่างประเทศมาถือหุ้นและคิดว่าจะมาเป็นผู้บริหารด้วย โดยเป็น Commander W.L. Grut ชาวเดนมาร์ก ผู้จัดการบริษัทไฟฟ้าในขณะนั้น

    ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน พระยาศุภกรณ์บรรณสาร อธิบดีกรมพระคลังข้างที่ ทำหนังสือทูลรายงาน ในเรื่องการหุ้นส่วนของบริษัท (ตอนเริ่มแรกใช้ชื่อบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดสินใช้)โดยพระคลังข้างที่มีหุ้นส่วนจำนวน 55% ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท (เป็นเงิน 550,000 บาท)โดยขอพระราชทานพระราชหัตถ์เลขาพระราชทานพระบรมราชานุญาตเงินพระคลังข้างที่ รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชหัตถ์เลขาประทานราชานุญาตเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม หรืออีกประมาณ 1 เดือนถัดมา

    การประชุมบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ครั้งแรกได้จัดขึ้นที่สำนักงานของ The Siam Observer

    (หนังสือพิมพ์รายวันของพระยาอรรถการประสิทธิ์)ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2456 ประธานที่ประชุม คือ พระยาอรรถการประสิทธิ์ โดยมีกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมอีก 2 ท่าน คือ พระยาบริบูรณ์ราชสมบัติ และ Mr.E.G. Gollo โดยมีวาระในการประชุมครั้งแรก เรื่อง การติดต่อกับหน่วยราชการ ความก้าวหน้าในการเจรจาทำสัญญาซื้อเชื้อเพลิงเหลว  การระบุผู้มีอำนาจเซ็นเช็คในบริษัท การเรียกชำระเงินตามสัดส่วนการถือหุ้นเป็นครั้งแรกและการกำหนดวิธีการติดต่อทางโทรเลข

    ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ยืนยันการจ่ายเงินลงหุ้นครั้งแรกของ Commander W.L.Grut  จำนวน 25%   (โดยจ่ายหุ้นแรก 15%)  เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน   พ.ศ.2456     ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2456 กรมพระคลังข้างที่ได้จ่ายเงินลงหุ้นครั้งแรกไป (ตามจดหมายกราบบังคมทูลของกรมพระคลังข้างที่ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2456)


    ประวัติบุคคลสำคัญในเนื้อหา

    1. Emilio Giovanni Eugenio Gollo
    2. William Lennart Grut
    3. เจ้าพระยายมราช
    4. พระบริบูรณ์ราชสมบัติ  
    ป้ายคำค้น :
    Gollo , การจัดตั้งกิจการ , พระยายมราช , รัชกาลที่ 6 , บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดสินใช้ , พ.ศ.2455
  • ชื่อ
    พ.ศ.2456 เริ่มต้นยุคผู้จัดการชาวเดนมาร์ก : เทคโนโลยีเดนมาร์ก
    รายละเอียด :
    “การเรียกประมูลซื้อเครื่องจักร มีบริษัทสามบริษัทด้วยกัน ยื่นใบประมูลราคาเข้ามา คือบริษัทอังกฤษ บริษัทเยอรมัน และบริษัทเดนมาร์ก คณะกรรมการบริษัทของเราพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว เห็นสมควรที่จะส่งกรรมการคนหนึ่งไปต่างประเทศ เพื่อเจรจาหารือกับบริษัทที่ได้ยื่นประมูลทั้งสามบริษัทนั้น ในท้ายที่สุดได้มีการตัดสินตกลงให้บริษัทเดนมาร์กได้รับประมูล”                            
    (อ้างจาก "บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด พ.ศ.2500")

    เท่าที่ตรวจสอบหลักฐานที่มีอยู่ในรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม  พ.ศ.2456 คณะกรรมการ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ Mr. E.G. Gollo และ W.L. Grut ทำหน้าที่แทนบริษัทเรียกประมูลซื้อเครื่องจักร ซึ่งเป็นการเรียกประมูลในยุโรป รวมทั้งการตัดสินใจคัดเลือกผู้ชนะการประมูลด้วย เอกสารมอบอำนาจนี้ลงนามในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2456 โดยมีการลงนามประทับตราของกงสุลเดนมาร์กในประเทศไทย ในวันเดียวกันทันที

    ทั้งนี้โดยไม่ปรากฎหลักฐานในรายงานการประชุมในครั้งต่อมาแต่อย่างใดว่า มีข้อเสนอของทั้ง 3 บริษัทเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ

    เข้าใจว่ากว่าหนังสือมอบอำนาจที่เดินทางไปถึงโดยเรือก็ประมาณ 2 เดือน จึงพอดีกับเวลาที่ลงนามสัญญา ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2456 Mr.E.G. Gollo และ W.L. Grut ได้แจ้งว่าได้รับโทรเลขมาจากยุโรปแจ้งต่อคณะกรรมการว่า พวกเขาได้ตกลงเลือกเครื่องจักรจาก F.L. Smidth & Co. จากเดนมาร์ก แต่เท่าที่มีหลักฐานจากเอกสารต้นฉบับ สัญญาซื้อเครื่องจักรได้ลงนามก่อนหน้านั้นแล้ว ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2456 ได้ส่งมายังกรุงเทพฯ โดยมีเนื้อหารายละเอียดจำนวน 7 หน้า โดยมีการลงนามท้ายจดหมายยอมรับเงื่อนไข

    F.L. Smidth & Co. ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2428 ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยแรกเริ่มเป็นที่ปรึกษาวิศวกรรม เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรไอน้ำ ต่อมาได้พัฒนาเทคโนโลยีจนกลายมาเป็นผู้ผลิตเครื่องผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ของโลก ขยายตลาดจากสแกนดิเนเวียไปสู่ยุโรปตอนกลาง รัสเซีย  สหราชอณาจักร อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ กินส่วนแบ่งมากกว่า 40% ของอุตสาหกรรมในช่วงก่อตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด

    F.L. Smidth & Co. เป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ของประเทศเดนมาร์กและของโลกในสมัยนั้น เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ที่ห้าง East Asiatic   นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วย

    สาระของสัญญาประวัติศาสตร์ชิ้นนี้มีสาระสำคัญดังนี้

    1. ราคาเครื่องจักร ทั้งชุด 12,400 ปอนด์สเตอริ่ง

    2. กำลังการผลิต 470 บาร์เรลต่อวัน

    3. กำหนดเดินทางออกจากท่าเรือที่เมืองโฮเปนเฮเกนระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 15 กรกฏาคม พ.ศ.2457

    4. พร้อมกันนี้จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ 4 คน ตามมาด้วย ได้แก่ วิศวกรติดตั้ง วิศวกรเคมี ผู้เชี่ยวชาญหม้อเผา และเจ้าหน้าที่ติดตั้งและประกอบในโรงงาน ทั้งนี้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ออกค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าหน้าที่เหล่านี้

    5. การชำระเงินเมื่อตกลงจ่ายทันที่ 35% เมื่อเดินทางออกจากโฮเปนเฮเกนจ่ายอีก 55% ที่เหลือ 10% จ่ายเมื่อเครื่องเดินแล้ว 2 เดือน

    ต่อมาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2457 บริษัท F.L. Smidth & Co. ได้ทำหนังสือถึงบริษัท โดยอ้างสัญญา เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2456 นั้น      นอกจากจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลการติดตั้งเครื่องจักร เขาได้ตกลงกับ Mr.E.G. Gollo ว่าจะจัดหาผู้มาเป็นผู้จัดการบริหารโรงงานหลังจากติดตั้งเครื่องจักรแล้วด้วย และมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการจัดหาวิศวกร วิศวกรเคมี นักบัญชี และผู้จัดการโรงงานให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ด้วย  
    ป้ายคำค้น :
    Gollo , Grut , F.L. Smidth & Co. , พ.ศ.2458 , เทคโนโลยีเดนมาร์ก
  • ชื่อ
    Emilio Giovanni Eugenio Gollo
    รายละเอียด :
    อี.จี. โกลโล เกิดเมื่อปี พ.ศ.2416 ที่ประเทศอิตาลี เดินทางมาประเทศไทยในปี พ.ศ.2442 ขณะอายุได้  26 ปี ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลให้เข้ารับราชการเป็นนายช่างก่อสร้าง “ทีมอิตาเลียน” ในกรมโยธา กระทรวง โยธาธิการ ในการสร้างภูมิทัศน์สำหรับเมืองแบบใหม่ให้กรุงเทพ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการก้าวของสยามไปสู่ความก้าวหน้าแบบตะวันตก

    เมื่อ ผลงานเป็นที่ปรากฏ เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าวิศวกร เป็นกำลังสำคัญในการรังสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆของกรุงเทพ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งอัมพรสถาน พระตำหนักที่ประทับขององค์สยามมกุฎราชกุมาร ในเขต พระราชวังดุสิต สะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนได้รับพระราช ทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาไพศาลศิลปศาสตร์

    Mr. E.G. Gollo ได้ร่วมกับเจ้าพระยายมราชในการตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยขึ้น โดยรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับชาวต่างประเทศในยุโรปเรื่องการผลิต ปูนซีเมนต์ ตั้งแต่การสั่งซื้อเครื่องจักร การดูแลควบคุมเครื่องจักร การหาพลังงานที่ต้องใช้ รวมทั้งการส่งปูนซีเมนต์ที่ผลิตได้เกินความต้องการไปขายในต่างประเทศ โดยเจ้าพระยายมราชเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินสด กับการให้ “ฟรีแชร์” ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทโดยไม่ต้องออกเงินค่าหุ้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็นกรรมการบริษัทรุ่นแรก คือตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 จนถึงปี พ.ศ.2468

    Mr. E.G. Gollo ได้เกษียณอายุการทำงานเมื่ออายุ 50 ปี โดยได้เบี้ยบำนาญตาม ระเบียบราชการ เเละ เดินทางกลับบ้านเกิดและทำงานตามวิชาชีพต่อไปจนถึงแก่กรรม เมื่ออายุได้ 61 ปี

    (เรียบเรียงจาก www.sac.or.th)  
    ป้ายคำค้น :
    ผู้ก่อตั้ง , Founder , Gollo , Emilio Giovanni Eugenio , พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ , พ.ศ.2456 , พ.ศ.2468 , อิตาลี , อี.จี. , โกลโล
  • ชื่อ
    พ.ศ.2456 เริ่มต้นยุคผู้จัดการชาวเดนมาร์ก : ความสัมพันธ์กับเดนมาร์ก
    รายละเอียด :
    นโยบาย ในการติดต่อกับชาติตะวันตกตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น (เพ็ญศรี ดุ๊ก. การต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงสิ้นสมัยจอม พล ป.พิบูลสงคราม, 2544) รัฐบาลไทยนิยมเลือกติดต่อกับประเทศตะวันตกที่ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองโดยตรงกับไทย หรือหลีกเลี่ยงติดต่อกับประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศอังกฤษ เพราะไทยอยู่ตรงกลางระหว่างการขยายดินแดนของประเทศมหาอำนาจทั้งสองนี้ (แถมสุข นุ่นนนท์, การทูตไทยสมัยรัตนโกสินทร์, 2528) บางครั้งหลีกเลี่ยงการติดต่อกับประเทศเยอรมนีด้วยเพราะประเทศอังกฤษมองประเทศเยอรมนีเป็นคู่แข่งสำคัญในทวีปยุโรปในช่วงเวลานั้น ดังนั้นรัฐบาลไทยในยุคนั้นจึงนิยมติดต่อกับชาติตะวันตกที่เป็นประเทศเล็ก เช่น ประเทศเบลเยียม ประเทศเดนมาร์ก หรือประเทศใหญ่ที่มีผลประโยชน์ในประเทศไทยน้อย เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เป็นต้น

    ในขณะนั้น ชาวเดนมาร์กมีอิทธิพลในด้านสาธารณูปโภคและกิจการค้าของประเทศไทยมากพอสมควร โดยเฉพาะสาธารณูปโภค กรณี Mr.Westenholz วิศวกรผู้มีส่วนในโครงการต่าง ๆ หลายโครงการ และรู้จักชนชั้นนำในสังคมไทยในขณะนั้นอย่างกว้างขวาง เช่น การเดินรถไฟ รถราง การเดินเรือขนาดเล็กในแม่น้ำ ที่สำคัญคือเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในพระนครเป็นครั้งแรก จำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ทางตอนใต้ของพระนคร อันเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยกับย่านการค้าของชาวต่างประเทศ

    ต่อมา เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงนครบาล สร้างโรงไฟฟ้าหลวงขึ้นทางตอนเหนือของพระนคร เพื่อใช้ไฟฟ้าสูบน้ำมาผลิตน้ำประปา ทำให้ Mr.Westenholz ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะขยายโรงไฟฟ้าลงมาทางทิศใต้หรือไม่ จึงขอให้เจ้าพระยายมราชรับรองว่าจะไม่ขยายกิจการโรงไฟฟ้าลงมาทางตอนใต้ แต่เจ้าพระยายมราชไม่รับปาก ทำให้ Mr.Westenholz ไม่มั่นใจต่ออนาคตกิจการโรงผลิตไฟฟ้า จึงตัดสินใจขายกิจการให้กับชาวเบลเยี่ยมแทน (จดหมายลับเฉพาะบันทึกเรื่องตั้งบริษัทซีเมนต์ (20 สิงหาคม พ.ศ.2456)

    ขณะเดียวกัน H.N.Andersen เจ้าของ East Asiatic Company (EAC) อดีตกัปตันเรือได้เข้ามารับราชการเป็นทหารเรือในไทย ได้ตั้ง EAC ในปี พ.ศ.2427 เป็นบริษัทการค้าที่ได้สัมปทานป่าไม้ และกิจการค้าอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเดินเรือระหว่างประเทศ แล้วจึงขยายกิจการไปที่ประเทศเดนมาร์กในอีก 13 ปีต่อมา สินค้าหนึ่งที่สำคัญในขณะนั้น คือการนำเข้าปูนซีเมนต์มายังประเทศไทยครั้งแรก ๆ ต่อมาบริษัทนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะคู่ค้าของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด อย่างยาวนาน ในช่วงต้นมีทั้งบริการเดินเรือนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตปูนซีเมนต์ ขายไม้สำหรับก่อสร้างบ้านพักวิศวกร ลังไม้บรรจุปูนซีเมนต์      จนถึงนำเข้าถุงบรรจุปูนซีเมนต์

    จุดเริ่มต้นของความเกี่ยวพันระหว่าง ชาวเดนมาร์กกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด อย่างเป็นรูปธรรมมาจาก Mr.E.G. Gollo ผู้ก่อตั้งคนสำคัญคนหนึ่งได้ชักชวนชาวเดนมาร์กเข้ามาถือหุ้นและเป็นหุ้นใหญ่ในฐานะชาวต่างชาตินั่นคือ Mr.W.L. Grut ผู้จัดการโรงไฟฟ้าซึ่งต่อมามีบทบาทอย่างมากในการบริหารบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โดยใช้เทคโนโลยีและผู้บริหารจากเดนมาร์กในช่วงเวลายาวนานทีเดียว


     
    ป้ายคำค้น :
    Gollo , เจ้าพระยายมราช , ความสัมพันธ์กับเดนมาร์ก , ผู้ผลิตไฟฟ้า